Afternoon tea ผ่อนคลายสบายใจ ร่มรื่นใจกลางกรุง @ The living room โรงแรม Park Hyatt Bangkok

วันนี้เจ๊ขอเปลี่ยนลุคเป็นหญิงสาวผู้โชคดี ที่มีชายหนุ่มรูปงามชวนไปผ่อนคลายกับ Afternoon tea ที่กำลังมาแรงในโลกโซเชียล เห็นสาวๆ อัพรูปสวยๆ กันเป็นว่าเล่น เจ๊เลยมีความอยากที่จะไปลิ้มลองกับเขาดูบ้าง รีวิวนี้จะพาไปจิบชายามบ่ายกันที่ The living room โรงแรม Park Hyatt Bangkok โรงแรมใหม่เอี่ยมอยู่ติดกับ Central Embassy เดินทางสะดวกสบาย ที่สำคัญคือสวย สงบ ร่มรื่น เหมาะกับการพักผ่อน และถ่ายรูปเช็คอินระดับสิบ!!

Living Room Park Hyatt Bangkok

และนี่คือเซตชาสำหรับ 2 ท่าน โอ้วว โหวว เยอะจริงอะไรจริง โดยเซต Afternoon tea เริ่มตั้งแต่เวลา 14:00 – 17:00 น. ของทุกวัน มีด้วยกัน 2 เซต ได้แก่

  1. สำหรับ 1 ท่าน ราคา 700++ ฿
  2. สำหรับ 2 ท่าน ราคา 1,200++ ฿

โดยทั้ง 2 เซต สามารถเลือกได้ว่าจะรับเป็น ชา Mariage Frères หรือกาแฟ Illy ซึ่งในเซตจะประกอบด้วยของคาวอย่าง Bruschetta และขนมหวานบนถาดใสจัดเรียงเป็นชั้นสวยงาม

*หมายเหตุ – เซตสำหรับ 2 ท่าน จะได้ Bruschetta 2 จาน, ขนมหวาน 2 เซต และชาที่เลือกรสชาติได้ 2 กา ส่วนถ้าเป็นเซต 1 ท่าน พูดง่ายๆ ก็คือ จำนวนก็จะหารครึ่งไปนั่นเอง ไม่งงเนอะ ฮ่าๆ


Relax Time @ Living Room Park Hyatt Bangkok

ทางเดินจากล็อบบี้ไปยัง Living Room เป็นอีกมุมเหมาะกับการถ่ายรูปชิคๆ เก๋ๆ

โรงแรมปาร์ค ไฮแอท กรุงเทพ (Park Hyatt Bangkok) ตั้งอยู่ติดกับห้าง Central Embassy สามารถเดินจาก BTS เพลินจิตได้สบายๆ หรือถ้าใครเอารถมาจอด ก็มีที่จอดรองรับ และสามารถแสมป์บัตรจอดรถกับทางโรงแรมได้ด้วย

บรรยากาศ Living Room Park Hyatt เหมือนห้องโถงขนาดใหญ่ ที่นั่งรองรับแขกได้เยอะพอสมควร และมีหลายมุมให้เลือกนั่ง จะมาเป็นแก๊งค์เพื่อน ครอบครัว

หรือคู่รักสวีทๆ ก็มีมุมส่วนตัวให้เลือกนั่งอยู่นะ โดยถ้านั่งฝั่งริมกระจกก็จะเห็นวิวกรุงเทพฯ ได้เกือบ 180 องศาเลยทีเดียว สวยถูกใจเจ๊มากเลย Living Room Park Hyatt เหมาะกับการถ่ายรูปเช็คอินมากๆ เพราะมีแสงธรรมชาติส่องเข้ามาภายในอย่างทั่วถึง

แต่ถ้าใครชอบอากาศบริสุทธิ์ ร่มรื่น ดื่มด่ำกับวิวธรรมชาติใจกลางกรุง ต้องมุมนี้เลย

ช่วงบ่าย So hot แบบนี้ เจ๊ขอเลือกนั่งด้านในดีกว่า 5555 แต่ถ้าใครอยากนั่งก็ได้เหมือนกันนะ อากาศไม่ได้ร้อนอย่างที่คิด เพราะโต๊ะมีหลังคา และต้นไม้ปกคลุมร่มรื่น

โต๊ะนั่งด้านนอกจะติดกับสระว่ายน้ำของทางโรงแรม สามารถเดินออกมาถ่ายรูปสวยๆ หรือว่าอิ่มแล้วลงไปแช่น้ำต่อได้เลย เย้ย! ไม่ใช่ละ ฮ่าๆ


Best Afternoon tea in Town!

Portion สำหรับเซต 1 ท่าน

Afternoon tea signature ประกอบไปด้วยของคาวอย่าง Bruschetta 1 จาน, ขนมหวาน 1 เซต และชาฝรั่งเศส Mariage Frères 1 กา หรือกาแฟ Illy (อัตราส่วนสำหรับเซต 1 ท่าน)

Portion สำหรับเซต 2 ท่าน

แต่เจ๊ไปกับผู้ชายแบบนี้ก็ต้องสั่งแบบเซต 2 ท่านสิ ฮ่าๆ แน่นอนว่า portion ก็จะเพิ่มขึ้นจากเดิม โดยจะได้ของคาว Bruschetta 2 จาน, ขนมหวาน 2 เซต และชาที่เลือกรสชาติได้ 2 กา ซึ่งชาเนี่ยมีให้เลือกหลายรสชาติมาก แต่ที่นิยมสุดก็คงหนีไม่พ้นชาเขียว และชาแดง

เริ่มกันที่ของคาวกันอย่าง Open sandwich กันก่อนเล้ยยย จากซ้ายเป็น Tasmanian smoked salmon with horseradish & lemonegg mimosa with avruga caviarburrata cheese with heirloom tomato & basil และ Parma ham with truffle butter

อ่านชื่อแต่ละเมนูแล้วอย่าเพิ่งงง ว่ามันคืออะไรบ้าง มาๆ เจ๊จะอธิบายรสชาติแต่ละชิ้นให้ฟัง เริ่มจากขนมปังก่อนเลย เป็นสไตล์ฝรั่งเศส กรอบนอกนุ่มใน บริเวณด้านในจะเหนียวนุ่ม มีความหอม ส่วนแต่ละชิ้นรสชาติก็ประมาณนี้

  • Tasmanian smoked salmon – แซลมอนได้ชิ้นส่วนพุงมา กินปลาแล้วดี๊ดี มีโอเมก้า 3 แซลมอนหอม ใส่ผิวเลมอน ไม่คาว หอมกลิ่นรมควัน เด็ดมาก! คนรักแซลมอนต้องปลื้มปริ่มแน่นอน ฟันธงให้เลย ฮ่าๆ
  • Egg mimosa – อารมณ์คล้ายกินออมเล็ต ไม่คาวไข่ มีไข่ปลาเฮอร์ริ่ง ออกสไตล์หอมมัน
  • Burrata cheese – ด้านบนเป็นมะเขือเทศ เหมือนเคี้ยวผลไม้ มีครีมตัด กินง่าย คนไม่ชอบมะเขือเทศอย่างเจ๊ยังกินได้สบายๆ คือ มันไม่ได้มีกลิ่นมะเขือเทศจ๋าๆ มีกลิ่นของชีสแทรกเข้ามาด้วย ช่วยให้กินง่าย
  • Parma ham – พาม่าแฮม เค็มๆ มันๆ หอมเนยทรัฟเฟิล เป็นการผสมผสานที่เข้ากันได้ดี

กิมมิคอีกอย่าง คือ การจัดวาง และนำเสนอหน้าตาเซต Afternoon tea เพิ่มความสนุกด้วย dry iced ใส่น้ำลงไป ก็จะมีควันฟุ้งๆ ลอยออกมา เหมือนกับขนมกำลังลอยอยู่บนปุยเมฆ (เว่อร์ไปไหม 55555) ดูเรียบง่าย แต่ก็แฝงด้วยความหรูหรา สวยสะดุดตา ถ่ายรูปมุมไหนก็สวยอะ เชื่อเจ๊!

ไม่ใช่แค่ถ่ายรูปสวยอย่างเดียวนะ ตัว dry iced ยังช่วยรักษาความเย็นให้กับไอศกรีมเคลือบช็อกโกแลตด้านบนอีกด้วย

ในส่วนของชาอิมพอร์ตมาจากฝรั่งเศส กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ มีทั้งชาเขียว ชาแดง ชาดำ ชาขาว และชาลาลาลาล่า (เฮ้ยๆ อันหลังไม่เกี่ยวนะ ฮ่าๆๆ)

เจ๊เลือกเป็นชาแดง และชาเขียว  Marco Polo ชาเขียวออกเปรี้ยวนิดๆ ชาแดงหอมหวาน เปรี้ยวตามนิดๆ แต่ที่สุด คือ กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์มากกก แค่ตอนรินชาจากกาลงแก้วนี่รู้สึกสดชื่นทันที (เจ๊ไม่ได้มโนเองนะเออว์ ต้องไปลอง!)

เอาล่ะ จิบชากันแล้ว ต่อด้วยของหวานกันเล้ยยย

  • Salted caramel éclair – เอแคลร์ ผิวนอกเคลือบคาราเมล หอม ตัวแป้งแห้งๆ นิดหน่อย
  • Lemon tart & Thai pomelo – ทาร์ตเลมอน ด้านบนเป็นเนื้อส้มโอ แป้งทาร์ตหอมตัวครีมเลมอน เปรี้ยวโดด
  • Passion fruit pavlova – เมอแรงค์ มูสมะม่วง + เสาวรส เปรี้ยวนิด ตัดกับความหวานของเมอแรงค์ได้ดีมาก
  • Raspberry & lychee mousse – ราสเบอร์รี่ + ลิ้นจี่ มูส เย็นสดชื่น มีเนื้อลิ้นจี่ด้วยนะ
  • Apple tart  พายแอปเปิ้ล เนื้อพายกำลังดี รุ้สึกถึงรสแอปเปิ้ลได้ดี
  • Ice bonbons – ช็อกโกแลต กรุบกรอบ ด้านในเป็นไอศกรีมวนิลลา ไม่หวานมาก หอมๆ

Chocolate bavarois & chili – มูสช็อกโกแลต มีพริกผสมอยู่ด้วย ขมเข้มข้น หวานหน่อยๆ หลังจากกลืนจะรู้สึกว่าเผ็ดที่คอ ซ่าๆ เผ็ดๆ เป็นมูสที่รสชาติแปลกใหม่ ไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อน แบบว่าชอบอะ!

สุดยอด Afternoon tea มีความปัง อลังการ จานเด็ดพริ้ว วิวพรีเมียม จากห้องอาหาร Living room โรงแรม Park Hyatt Bangkok หนุ่มสาวควรคู่แก่การไปโดนสักครั้ง!!

  • 📍Location: ห้องอาหาร Living Room ชั้น 9 โรงแรม Park Hyatt Bangkok
  • 🚗Google map: 13.743877,100.547344
  • Open hours: ช่วงเวลา Afternoon tea 14:00 – 17:00 น. ส่วนอาหาร A la carte เปิดตั้งแต่ 6:00 – 24:00 น.
  • Tel: 02-012-1234
  • 💰Price: สำหรับ 1 ท่าน ราคา 700++ ฿ และสำหรับ 2 ท่าน ราคา 1,200++ ฿ (ราคายังไม่รวม service charge 10% และ VAT 7%)
  • 💻FacebookPark Hyatt Bangkok
  • 📱IG: @parkhyattbangkok
  • 💻Websitehttps://bangkok.park.hyatt.com หรืออีเมล์ bkkph.fb.reservation@hyatt.com
Afternoon tea served with Mariage Freres tea or Illy coffee
Bruschetta