Category Archives: ปล่อยตัวไปเที่ยว

ปล่อยตัวไปเที่ยวสบายๆ ออกเดินทางผจญภัยเพื่อพบประสบการณ์ใหม่ๆ

Circle de Montana Khaoyai ที่พักสไตล์นอร์ดิก เขาใหญ่

ที่พักเขาใหญ่มีให้เลือกหลากหลายสไตล์ ทั้งแบบโรงแรมในเครือ ที่พักแบบเต๊นท์ camping ไปจนถึงพูลวิลล่าก็มีให้เลือกเพียบตามใจชอบ แต่โจทย์ทริปเขาใหญ่ของเราในครั้งนี้ คือ อยากได้ที่พักที่เป็นส่วนตัว ไม่พลุกพล่านมาก บรรยากาศโฮมมี่ อบอุ่นเล็ก ๆ และถ้ายิ่งเปิดใหม่ล่าสุด ยิ่งดีเข้าไปใหญ่! (แอบเรื่องมากนิดนึง 55555)

จนในที่สุดเราก็ได้มาพบกับ Circle de Montana Khaoyai (เซอร์เคิล ดิ มอนทาน่า เขาใหญ่) ที่พักสไตล์โฮมมี่ ตกแต่งแบบบ้านนอร์ดิก เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นาน มีเพียง 3 หลังเท่านั้น และแต่ะหลังก็มีพื้นที่ส่วนตัวให้ได้พักผ่อน ตกแต่งสวยงาม ทำเลดีอยู่ใกล้ Midwinter Khaoyai ที่สำคัญเจ้าของใจดี น่ารักเป็นกันเองกับแขกที่เข้าพักมาก ๆ

Circle de Montana Khaoyai
จากหลังซ้ายเป็นบ้าน Sun, บ้าน Moon และหลังเล็กสุดบ้าน Star

พิกัดอยู่ติดถนนธนะรัชต์เลยมิดวินเทอร์ เขาใหญ่มาไม่ไกล บริเวณโดยรอบมีสิ่งอำนวยความสะดวก และคาเฟ่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น 7-11 ปั้มน้ำมัน ยุ้งข้าว / ครัวผู้การ / Oria / Trot cafe / like a mountain หรือ monogram เป็นต้น

ช่องทางต่อต่อที่พัก

จองห้องพักผ่านได้ทาง

ราคาที่พัก (อ้างอิงจาก Facebook)

  • บ้าน Sun ☀️ 1 หลัง / 4 ท่าน ราคา 4,500 บาทต่อคืน
  • บ้าน Moon 🌙 1 หลัง / 2 ท่าน
    • อาทิตย์-พฤหัสบดี 2,500 บาทต่อคืน
    • ศุกร์-เสาร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 2,800 บาทต่อคืน
  • บ้าน Star ⭐️ 1 หลัง / 2 ท่าน
    • อาทิตย์-พฤหัสบดี 2,300 บาทต่อคืน
    • ศุกร์-เสาร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 2,500 บาทต่อคืน
เซอร์เคิล ดิ มอนทาน่า เขาใหญ่
บ้าน Star หลังเล็กสุดพักได้ 2 ท่าน

เราเลือกจองหลังนี้ เพราะชอบในความน่ารักปุ๊กปิ๊ก ถึงแม้จะเป็นหลังเล็กสุด แต่พื้นที่ใช้สอยภายในกว้างมากแบบตะโกน ด้านหน้ามีที่วางรองเท้า ร่ม และโต๊ะสำหรับนั่งชิล ๆ หรือถ่ายรูปเก๋ ๆ และพื้นที่รอบ ๆ สามารถปั่นจักรยานได้ด้วย

พอเปิดประตูเข้ามาด้านในเท่านั้น อืมม คิดในใจ คิดไม่ผิดเลยนะเนี่ยที่เลือก เซอร์เคิล ดิ มอนทาน่า เขาใหญ่ ทั้งการตกแต่ง มุมต่าง ๆ จัดวางได้อย่างมินิมอล เรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริง ปลั๊กไฟมีให้ใช้เยอะเพียงพอ ด้านหน้าบ้านพักเป็นกระจกบานใหญ่ ซึ่งทำให้ตอนกลางวันแทบไม่ต้องเปิดไฟเลย แสงธรรมชาติเข้าดีสุด ๆ

มุมนี้ทำให้เราประทับใจสุด ๆ เหมือนไปนั่งเล่นโซฟาบ้านเพื่อน มี Netflix บนจอทีวีใหญ่ 50 นิ้ว ให้ดูแบบที่ไม่ต้องขอ user & password ฮ่า ๆๆ ส่วน Wi-Fi ก็แรงครอบคลุมทุกพื้นที่ในบ้าน

ห้องครัวเหมาะกับชงกาแฟดื่ม รวมถึงอุ่นของกินเล็ก ๆ น้อย ๆ มีซิงค์ล้างจาน ตู้เย็นให้พร้อม

เตียงนอนดูดวิญญาณของแท้ นอนสบายแทบไม่อยากลุก ในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกก็มีพร้อมเหมือนโรงแรมดัง ๆ เช่น ชุด amenity / ไดร์เป่าผม / ผ้าเช็ดตัว / ผ้าเช็ดผม สบู่ / ครีมอาบน้ำ / ยาสระผม / เครื่องทำน้ำอุ่น ฯลฯ

มุมโต๊ะทำงานเล็ก ๆ พร้อมบรรยากาศธรรมชาติ เป็นที่พักที่ได้เหมือนไปเที่ยวบ้านญาติ

ห้องน้ำมีทั้งฝักบัว และ rain shower อุปกรณ์ต่าง ๆ ครบ ติอย่างเดียว คือ พื้นกระเบื้องห้องน้ำแบบนี้สวยจริง แต่ลื่นไปหน่อย ผู้สูงอายุควรระวังเวลาพื้นเปียก

โดยรวมแล้ว Circle de Montana Khaoyai เป็นที่พักสไตล์บ้านเป็นหลังวิลล่า ที่เหมาะกับครอบครัว คู่รัก หรือกลุ่มเพื่อน บรรยากาศน่าพักผ่อนเป็นส่วนตัวสุด ๆ ทำเลดีมากอยู่ไม่ไกลแหล่งท่องเที่ยวดัง ๆ ในเขาใหญ่ เจ้าของเป็นมิตร เฟรนลี่สุด ๆ ดูแลที่พักเอง มีของฝากติดไม้ติดมือด้วย ถือว่าเป็นที่พักที่น่ากลับไปพักอีกที่หนึ่งในเขาใหญ่!

บรรยากาศที่พักในตอนกลางคืน
บ้านพัก Sun หลังใหญ่สุดของที่นี่

รวมอุปกรณ์เสริมรถยนต์ น้ำหอมและกล้องติดรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี

ใครกำลังมองหาอุปกรณ์เสริมในรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็น น้ำหอมรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี หรือ กล้องติดรถยนต์ รุ่นไหนดี เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ และสร้างบรรยากาศภายในรถให้มีกลิ่นหอมสดชื่น ห้ามพลาดบทความนี้เลย! วันนี้เราได้คัดมาให้แล้วทั้งกล้องติดรถยนต์รุ่นยอดนิยม คุณภาพดี ราคาไม่แพง รวมถึงน้ำหอมกลิ่นยอดนิยม ตามไปดูกันเลย

กล้องติดรถยนต์ รุ่นไหนดี

Cr: freepik

ทำความรู้จัก “อุปกรณ์เสริมรถยนต์”

อุปกรณ์เสริมในรถยนต์ หรือ Car Accessory คือ อุปกรณ์เสริมในการช่วยอำนวยความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง ผ่านทางอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ติดตั้งเสริมภายในรถยนต์ อุปกรณ์เสริมรถยนต์ จะมีให้เลือกหลากหลายประเภท ข้อดีของติดตั้งอุปกรณ์เสริมรถยนต์ ไม่ใช่มีดีเพียงแค่ความสะดวกสบายและความสวยงามเพียงเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยให้ผู้ขับขี่ใช้ชีวิตบนท้องถนนได้ง่ายขึ้น สามารถช่วยจัดระเบียบความเรียบร้อยภายในรถยนต์ ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในขับขี่ อีกทั้งยังสามารถช่วยเหลือในยามฉุกเฉินได้อีกด้วย 

อุปกรณ์เสริมรถยนต์ ควรมีอะไรบ้าง

  • GPS Tracker
  • กล้องติดรถยนต์
  • อุปกรณ์ชาร์จไฟ
  • คาร์ซีท สำหรับคนที่มีเด็ก
  • แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย
  • อุปกรณ์ดับกลิ่นภายในรถ เช่น น้ำหอมรถยนต์

 คัดมาให้แล้ว 6 อุปกรณ์เสริมรถยนต์ น้ำหอมและกล้องติดรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี

ปัจจุบันอุปกรณ์เสริมรถยนต์มีให้เลือกมากมาย หลากหลายประเภท เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้งานให้กับทุกคน สำหรับวันนี้เราจะแนะนำ น้ำหอมรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี กลิ่นหอมสดชื่น และกล้องติดรถยนต์ รุ่นไหนดี ภาพคมชัดทุกการเคลื่อนไหว และราคาไม่แพง สบายกระเป๋า ซึ่งจะมีน้ำหอมและกล้องติดรถยนต์รุ่นไหนบ้าง มาดูกัน 

1. น้ำหอม Ambi Pur

น้ำหอมรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี ขอแนะนำ AmbiPur Car Mini Series Air Freshener กลิ่นหอมจากธรรมชาติ สร้างความสดชื่นผ่อนคลาย ช่วยขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในรถได้ยาวนานถึง 60 วัน ทำให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความหอมสดชื่นตลอดทาง ปรับเพิ่มระดับความหอมได้ด้วย

2. น้ำหอม KARMAKAMET

KARMAKAMET Traditional Asian Perfume Sachet เแบรนด์เครื่องหอมของคนไทย ที่มาในรูปแบบของถุงหอม ดีไซน์น่ารัก ที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น กลิ่นกระจายตัวได้ดี วัตถุดิบธรรมชาติผสมกับน้ำมันหอมบริสุทธิ์เข้มข้น จึงทำให้กลิ่นหอมติดทนทาน

3. น้ำหอม ROCK

น้ำหอมรถยนต์ ROCK Dashboard Alloy Car Aroma Diffuser ช่วยสร้างบรรยากาศภายในรถผ่อนคลาย รีแลคสบาย ๆ เหมือนอยู่ในร้านสปา Aroma ซึ่งเป็นน้ำหอมชนิด Diffuser กระจายกลิ่นน้ำมันหอมระเหยได้ 360 องศา ช่วยกำจัดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ และยังสามารถหยอดน้ำหอมเพื่อเปลี่ยนกลิ่นได้อีกด้วย

4. กล้องติดรถยนต์ Aston Super Clear Pro Car camcorder

ซื้อกล้องติดรถยนต์ รุ่นไหนดี แนะนำ Aston Super Clear Pro Car camcorder ดีไซน์สวย จอใหญ่มาพร้อมกระจกมองหลัง ระบบเซนเซอร์ที่มีระบบ LDW มีเสียงแจ้งเตือนเมื่อขับรถออกนอกเลน สามารถช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากการหลับในได้ ภาพคมชัดระดับ FHD+ สามารถบันทึกได้ทั้งภาพและเสียง รองรับได้หลายภาษา

5. กล้องติดรถยนต์ DENGO Advance Dash Camera
กล้องติดรถยนต์ DENGO ยืนหนึ่งเรื่องกล้องติดรถยนต์ชัดสุดในประเทศไทย มาพร้อมความคมชัดสูง ความคมชัดสูง Super HD 2K ซึ่งมีกล้องติดรถมาให้ 2 ตัว มีทั้งกล้องหน้า-หลัง หน้าจอแสดงผล LCD ขนาด 4.5 นิ้ว กล้องบันทึกให้อัตโนมัติเมื่อสตาร์ทรถ ยังรองรับคำสั่งภาษาไทยอีกด้วย

6. กล้องติดรถยนต์ Transcend Drive pro 230 Wifi+GPS

ปิดท้ายด้วยกล้องติดรถยนต์ Transcend Drive pro 230 Wifi+GPS มาพร้อม GPS ติดตามรถ ดีไซน์สวย เล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย หน้าจอ LCD ขนาด 2.4 นิ้ว ภาพคมชัด Full HD บันทึกได้คมชัดแม้อยู่ในพื้นที่แสงน้อย รองรับความจุจากการ์ดได้สูงสุดถึง 128GB รองรับการใช้งานกับ USB 2.0 และ เชื่อมต่อกับ Wi-Fi ได้

ก็หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อน ๆ ที่กำลังคิดว่าจะเลือกซื้อน้ำหอมและกล้องติดรถยนต์ รุ่นไหนดี สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะเลือกแบบไหนดี หากต้องการข้อมูลสินค้าเพื่อเปรียบเทียบระหว่างรุ่นหรือยี่ห้อ สามารถเข้ามาอ่านรีวิวสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ https://shopee.co.th/blog

รีวิว ร้านวันจันทร์ ภูเก็ต อาหารใต้พื้นเมือง การันตีมิชลินไกด์

อาหารใต้ หรืออาหารพื้นเมืองในจังหวัดมีหลากหลายร้าน แต่ร้านอาหารอันดับต้น ๆ ที่ทุกคนต้องนึกถึง ขอยกให้ ร้านวันจันทร์ ภูเก็ต ด้วยรสชาติที่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวว่าเป็นรสชาติแบบต้นตำรับภาคใต้ เป็นอาหารพื้นเมืองภูเก็ตที่ไม่ราคาไม่แพงมาก เมนูอาหารเยอะ ตกแต่งสวยงามเข้ากับบรรยากาศของเมืองภูเก็ต มีเมนูไฮไลท์อย่าง หมูฮ้อง แกงปูใบชะพลู น้ำพริกกุ้งเสียบ แกงส้มปลากะพง

ไม่ว่ามาช่วงเวลาไหนลูกค้าก็แน่นร้านตลอดเวลา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว ทั้งคนไทยและต่างชาติ

บรรยากาศร้านตกแต่งออกแนวคลาสสิคเข้ากับเมืองเก่าของภูเก็ต มีของสะสมเก่าให้ชมมากมาย พนักงานบริการดี อธิบายเมนูได้ โดยร้านนี้ไม่มีบวก Vat 7% หรือ Service charge เพิ่มแต่อย่างใด

มุมที่เรานั่งติดกับทีวีรุ่นเก่าพอดี เห็นแล้วนึกถึงวันวานยังหวานอยู่ และนี่คือเมนูที่สั่งมาทั้งหมดในมื้อนี้ ใบเหลียงผัดไข่กุ้งเสียบ หมูฮ้อง ห่อหมกเนื้อปู และข้าวสวยที่ใส่ชามเบญจรงค์มาน่ารักเชียว

คลิกที่นี่เพื่อดูเมนูร้านวันจันทร์ทั้งหมด

หมูฮ้อง 265.- (Traditional Phuket style steamed pork belly with pepper and garlic for 3.5 hours)

หมูฮ้อง 265.- เป็นหมูส่วนติดมันมีความ juicy มาก ๆ ใครลดความอ้วน ลืมไปได้เลย เขาเคลมว่าหมูตุ๋นนานถึง 3.5 ชั่วโมงเลยทีเดียว ละลายในปากได้ของจริง

ห่อหมกเนื้อปู 180.-

เปิดห่อหมกมาแล้วใครคิดว่าจะพบเจอกับวิญญาณเนื้อปูฝอย ๆ คิดผิดแล้ว! เพราะที่ร้านนี้ให้ปูแบบตะโกน ปูก้อนชิ้นใหญ่มาก ๆ พริกแกงถึงเครื่องในสไตล์แกงใต้ ปูสดไม่คาวเลย

ผัดผักเหมียงผัดไข่/ กุ้งเสียบ/ วุ้นเส้น 165.-

ในส่วนของใบเหลียงผัดไข่นั้นก็รสชาติมาตรฐานทั่วไป แต่ทีเพิ่มความอร่อยขึ้นมาอีก ต้องยกให้กุ้งเสียบที่โรยอยู่ด้านบน เพิ่มรสชาติเค็ม ๆ มัน ๆ กรอบด้วย กินกับข้าวสวยร้อน ๆ ฟินสุด ๆ

บรรยากาศภายในร้านมีหลากโซนให้เลือกนั่ง มีของเก่าให้รับชมไปเพลิน ๆ และเป็นห้องแอร์เย็นสบาย

ลูกค้าแน่นเต็มเกือบทุกโต๊ะ แม้จะเป็นวันธรรมดา

ใครไปเที่ยวภูเก็ตต้องห้ามพลาด แวะชิมอาหารพื้นเมืองในราคาที่เหมาะสม รสชาติดั้งเดิมแบบไม่กั๊กวัตถุดิบที่ ร้านวันจันทร์

Oria Cafe Khaoyai ยกเชจูมาไว้ที่เขาใหญ่

คาเฟ่ที่สายเกาหลี เกาใจต้องมาแวะเวียนเมื่อมาเที่ยวเขาใหญ่ Oria Cafe Khaoyai หรือคาเฟ่ตากผ้าสไตล์เกาหลี ที่มีภาพจำกับมุมราวตากผ้าชิค ๆ พร้อมกับฉากหลังที่เป็นภูเขาอันเขียวขจี มุมถ่ายรูปเยอะทั้งโซนด้านนอกและด้านใน แถมยังมีไฮไลท์หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นมุมสระว่ายน้ำ มุมตากผ้า สนามสำหรับปั่นจักรยานเหมาะกับเด็ก ๆ หรือมี Playground ที่ให้เด็ก ๆ มาวิ่งเล่นกันได้อย่างสนุกสนาน และคาเฟ่นี้เป็น pet friendly อีกด้วย ต้อนรับสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รักของทุกคน

Oria Cafe Khaoyai
Oria Cafe Khaoyai

ความรู้สึกแรกที่เดินเข้าไปในตัวร้าน ก็หอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นกาแฟ และขนม เบเกอรี่อบอวล เครื่องดื่มที่นี่มีให้เลือกว่าจะรับเป็นแก้ว take away หรือแก้วสำหรับทานที่ร้าน ราคาก็เริ่มต้นที่ 70 บาทขึ้นไป

โทนสีขาว กระจกล้อมรอบ แสงสวยสุด ๆ

ที่จอดรถสะดวกสบาย จอดได้ที่บริเวณหน้าร้าน เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวร้านแล้ว ร้านยังดูใหม่เอี่ยม เพราะเพิ่งเปิดเมื่อเดือนธันวาคมปี 2022 นี่เอง

บรรยากาศด้านในได้ฟีลอบอุ่น เพราะเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ ออกแนววินเทจนิด ๆ มุมนี้เป็นอีกหนึ่งมุมที่สวย นั่งตรงนี้รับรองว่าได้รูปสวย ๆ ไปลง Instagram แน่นอน

สำหรับเมนูเครื่องดื่มมีหลายอย่าง ชา กาแฟ น้ำโซดา ทั้งแบบร้อนและแบบเย็น ส่วนเมนูซิกเนเจอร์ประจำร้าน “Choco Mountain” ในส่วนของเบเกอรี่สามารถเลือกจากตู้เค้กได้เลย โดยมีเมนูยอดฮิตอย่าง “เค้กมะพร้าว”

ไม่ใช่แค่มีแต่เครื่องดื่ม ขนม เบเกอรี่เท่านั้น ยังมีของคาวเล็กน้อยให้เราได้อิ่มท้องกันด้วย ไม่ว่าจะเป็น ข้าวซี่โครงหมูพะโล้ สปาเก็ตตี้ผัดพริกแห้งเบคอน ข้าวผัดหมู หรือของทานเล่นจำพวกของทอด ถือว่าคาเฟ่ Oria Cafe เขาใหญ่ ตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวเหมือนกันนะ


คาเฟ่ตากผ้าฟีลเกาหลี Oria Cafe

  • Caramel Macchiato 115.-
  • Americano 85.-
  • เค้กผลไม้ จำชื่ออย่างเป็นทางการไม่ได้ แต่ด้านบนเป็นองุ่น รวมถึงไส้เค้กนั่นก็องุ่นเช่นกัน

เครื่องดื่มและขนมทำออกมาได้ดีทีเดียว ตกแต่งอย่างมีกิมมิค รู้สึกไม่เสียดายตังค์ที่จ่ายไปเลย 55555 เค้กอร่อยถูกใจมาก เนื้อเบา มีรสชาติเปรี้ยวนิด ๆ ขององุ่นมาช่วยทำให้ดียิ่งขึ้น กาแฟก็ใช้ได้ เข้มถูกใจสายอเมริกาโนอย่างเรา

มุมถ่ายรูปภายใน และภายนอกร้าน ดูกันเอาเอง ฟีลโฮมมี่สุด ๆ ถือว่าเป็นร้านที่ Vibe ดี แสงสวย คุมโทนร้านได้ดี


บรรยากาศด้านนอก

ด้านข้างของคาเฟ่มีบันไดให้ขึ้นไปแชะภาพสวย ๆ เป็นร้านที่พื้นที่ด้านนอกกว้างขวาง ด้านหลังติดภูเขาเลยทำให้ร้านนี้บรรยากาศสดชื่นขึ้นเยอะ

อีกหนึ่งมุมยอดฮิตกับราวตากผ้า ที่ไม่เหมือนกับราวตากผ้าที่บ้าน
สระน้ำพร้อมเปลนั่งชิลท้าแดดเขาใหญ่

มีลู่จักรยานสำหรับเด็ก ๆ ที่ชอบกิจกรรมผาดโผน ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง คาเฟ่เขาใหญ่ ที่บรรยากาศดี อยู่ไม่ไกลจากถนนหลักมากนัก ร้านน่ารักถ่ายรูปสวยทุกมุม มาได้ทั้งแนวคู่รัก กลุ่มเพื่อน หรือครอบครัว

ช่องทางการติดต่อคาเฟ่ Oria Cafe Khaoyai

  • พิกัด : หนองน้ำแดง อำเภอปากช่อง นครราชสีมา 30130
  • Google Maps : https://goo.gl/maps/wYkqHrd1cor3qeiD8
  • Facebook : OriacafeKhaoyai
  • Instagram : oria_khaoyai
  • โทรศัพท์ : 0624563636
  • เวลาให้บริการ : 09:00-18:00 น.

Mi Pa Ai แม่กำปอง ที่พักอบอุ่นสไตล์ญี่ปุ่น นอนแช่อ่างกลางหุบเขา

แม่กำปอง หมู่บ้านเล็ก ๆ อยู่ในหุบเขา และมีลำธารไหลผ่านตลอดทั้งปี มีที่พัก โฮมสเตย์เปิดใหม่มากมาย แต่รีวิวนี้ขอแนะนำ Mi Pa Ai แม่กำปอง (Mi Pa Ai at Mae Kampong) จะเรียกว่าโฮมสเตย์ก็ว่าได้ เพราะมีห้องพักเพียง 2 ห้องเท่านั้น เจ้าของบริการดีเหมือนไปเที่ยวบ้านเพื่อน ที่สำคัญถูกใจสายมินิมอลแน่นอน ห้องพักตกแต่งด้วยไม้ในสไตล์ญี่ปุ่นทั้งหมด และมีอ่างอาบน้ำในตัว เหมือนได้แช่ออนเซ็นท่ามกลางหุบเขาของแม่กำปอง

Mi Pa Ai at Mae Kampong
Mi Pa Ai at Mae Kampong

ย้อนกลับไปต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งความบังเอิญ ที่ได้เจอกับโฮมสเตย์แห่งนี้ เรากำลังหา ที่พักแม่กำปอง ถามที่ไหนก็เต็มหมด บางที่ก็ราคาแพงเกินเหตุ จนสุดท้ายเลื่อนไป เลื่อนมาบน Google Maps ก็เจอกับ Mi Pa Ai เลยโทรสอบถาม ปรากฏว่า ที่พักว่างพอดี แถมช่วงนั้นยังเป็นช่วง soft opening ด้วย เลยจัดการจองเรียบร้อย

Mi Pa Ai แม่กำปอง
โฮมสเตย์สไตล์ญี่ปุ่น ให้อารมณ์เหมือนฟีลเรียวกัง

ที่พักอยู่ก่อนถึงถนนคนเดินแม่กำปอง ประมาณ 700 เมตร อยู่สูงกว่าถนนหลักไปแม่กำปองนิดนึง ทำให้มองเห็นวิวรอบ ๆ ได้อย่างสวยงาม บริเวณรอบโฮมสเตย์เงียบ สงบ ไม่วุ่นวาย ได้ยินเสียงน้ำตกไกล ๆ เหมาะกับการมาพักผ่อน สูดอากาศดี ๆ ในหมู่บ้านแม่กำปอง

  • พิกัด : 50/8 หมู่3 ถนน ห้วยแก้ว ตำบล ห้วยแก้ว อำเภอ แม่ออน เชียงใหม่ 50130
  • Google Maps : https://goo.gl/maps/opsF4LqiYngy6BDi6
  • Facebook : MiPaAi
  • โทร : 0866639009

โฮมสเตย์สไตล์โฮมมี่ Mi Pa Ai แม่กำปอง

Mi Pa Ai แม่กำปอง

มาดูในส่วนของห้องพักกันบ้าง ถือว่าห้องใหญ่พอสมควรเลยนะ ถ้ามีเตียงเสริมสามารถนอนได้ 2-4 ท่านเลยทีเดียว ภายในตกแต่งสไตล์มินิมอล ญี่ปุ่นฟีลมูจิ ผนังเป็นปูนเปลือยสลับกับไม้จริง สิ่งอำนวยความสะดวกมีครบ สมาร์ททีวี เกมส์ Nintendo ลำโพง Google Nest ห้องพักสะอาดน่านอน ถึงแม้จะไม่มีแอร์ แต่แค่พัดลมก็หนาวแล้ว

มาถึงไม่ทันไร ที่พักก็ต้อนรับเราเป็นอย่างดี พาทัวร์ห้องพัก แนะนำสถานที่เที่ยวในแม่กำปองอย่างเป็นกันเอง

ห้องพักในอีกมุมหนึ่ง ตกแต่งได้สวยงาม จนไม่อยากไปไหน
สิ่งอำนวยความสะดวกจัดเต็มขนาดนี้ นึกว่าโรงแรม 5 ดาวเลยนะเนี่ย
ขนม เครื่องดื่ม มินิบาร์ กินได้หมดทุกอย่างในห้อง ไม่มีชาร์จเพิ่ม
สมาร์ททีวี มีทั้ง Netflix / HBO / Disney+ / Youtube / พร้อม Wi-Fi สุดแรง

และมาพบกับอีกหนึ่งไฮไลท์ของ โฮมสเตย์แม่กำปอง แห่งนี้นั่นคือ ห้องน้ำ! ใช่แล้วอ่านไม่ผิด ห้องน้ำที่นี่อลังการมว๊ากก มีอ่างไม้แช่ตัว ได้ฟีลเหมือนไปแช่ออนเซ็นที่ญี่ปุ่น ชมวิวภูเขาแม่กำปองได้แบบฟิน ๆ น้ำที่นี่ไหลแรงได้ดั่งใจ เปิดแปปเดียวก็ลงไปแช่ตัวได้สบาย ๆ แล้วล่ะ

หรือถ้าอยากเพิ่มความเป็นส่วนตัวก็สามารถปิดม่านมูลี่ไม้ลงมาได้ อุปกรณ์อาบน้ำมีครบ พร้อมกระจกแต่งหน้าขนาดใหญ่ ถูกใจสาว ๆ อย่างแน่นอน

Bath bomb มีให้ ไม่ต้องพกมาเอง เป็นที่พักที่เหมาะแก่การพักผ่อนที่แท้ทรู
มุมกว้าง ๆ ของอ่างไม้แช่ตัว

อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยจะมานั่งดูสมาร์ททีวี หรือเล่นเกมส์ยุค 90 ก็สนุก ได้ย้อนวัยไปอีกแบบ ที่นี่มีบริการอาหารเย็นด้วยนะสำหรับใครที่ไม่ได้ไปเดินตลาดแม่กำปอง โดยจะเป็นเซ็ตชาบู ชาบู ติดต่อกับพี่เจ้าของได้ล่วงหน้าเลยจ้า

ยามเช้าที่ฝนพรำเตลอดทั้งคืน ทำให้อุณหภูมิในเช้าวันนี้ค่อนข้างเย็นสบาย พัดลมไม่จำเป็นอีกต่อไป

มุมศาลาเอาไว้นั่งเล่น จิบกาแฟในยามเช้า

เมนูอาหารเช้าเป็นข้าวต้มหมู เติมได้ไม่อั้น พร้อมกับกาแฟสด มาพักที่นี่เหมือนมาอยู่บ้านญาติจริง ๆ พี่เจ้าของเอาใจใส่ดีมาก จนเราเกรงใจเลยซื้อขนมไปฝากพี่เขาหลายอย่างเลย ฮ่า ๆๆๆ

เครื่องทำกาแฟแบบ slow bar ใครอยากดื่มแนวไหน บอกพี่เจ้าของได้เลย ใจดีมากกก
เราเลือกเป็นลาเต้ร้อนทั้ง 2 แก้ว
ลาเต้อาร์ตแอบน่ารัก มีรูปหัวใจเล็ก ๆ ด้วย
พื้นที่ตรงนี้สามารถก่อไฟแคมป์ปิ้งในตอนกลางคืนได้ด้วยนะ

เนื่องจากมีฝนตกเกือบทั้งคืน ทำให้ยามเช้าของเราเต็มไปด้วยหมอกฟุ้ง รอบ ๆ ที่พัก

บ้านพักในป่าใหญ่ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้อย่างสมบูรณ์ โอบล้อมด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่
พื้นที่ส่วนกลางสำหรับไว้ทำกิจกรรม แคมป์ปิ้ง
ทางขึ้นที่พักแอบชันนิดหน่อย รถยนต์ หรือรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นได้สบาย ๆ
ลากันไปด้วยเจ้าตูบ เจ้าถิ่นแห่ง Mi Pa Ai at Mae Kampong

เป็นอีกหนึ่งโฮมสเตย์ที่ประทับใจในการใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ บรรยากาศดี เงียบสงบ ไม่วุ่นวาย มองเห็นวิวแม่กำปองในมุมมองใหม่ ต้องมีไปซ้ำแน่นอน!

Hippocampus เชียงดาว โฮมสเตย์สไตล์บ้านสวน

ดอยหลวงเชียงดาว สถานที่พักใจไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่ มีที่พักหลากหลายสไตล์ ทั้งนอนบนเขา นอนเต๊นท์ นอนริมน้ำ หรือนอนที่บ้านสวนอย่าง Hippocampus เชียงดาว เป็นโฮมสเตย์เล็ก ๆ มีเพียง 3 หลังเท่านั้น ทุกอย่างเป็นแบบโฮมเมดของแท้ เจ้าของดูแลเองทั้งหมด ตั้งแต่บ้านพัก ไปจนถึงกับอาหารการกิน ได้ฟีลโฮมมี่ของจริง แถมยังเป็นแกลเลอรี่อาร์ตภายในตัวอีกด้วย

Hippocampus Homestay & Cafe
Hippocampus Homestay & Cafe

พิกัด Hippocampus อยู่ที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งไม่ไกลจากถนนใหญ่มากนัก

ช่องทางการติดต่อที่พัก

พื้นที่ส่วนกลางของ ฮิปโปแคมปัส ไม่ได้เข้าพักก็สามารถแวะเวียนมานั่งทานเค้ก ทานอาหาร จิบชากาแฟ ชื่นใจกับคราฟท์โซดา COON ที่เป็นของดีที่ห้ามพลาดของที่นี่ ในส่วนของอาหารนั้นจะเป็นสไตล์โฮมเมดแบบจริง ๆ มีเมนูพิเศษสลับเปลี่ยนไปในแต่ละสัปดาห์ เช่น ขนมจีนเส้นสดกับยำไข่ดาว / ออสโซ บูโก้ / ข้าวหน้าหมูสไตล์ญี่ปุ่น / ข้าวญี่ปุ่นหน้ารวม / ข้าวไข่ห่านพะโล้ และเมนูฟิวชั่นเด็ด ๆ จากเชฟเรียวอีกเพียบ

ถ้าจะให้ดี แนะนำให้โทรมาสอบถาม และจองล่วงหน้าก่อนเน้อ โดยอาหารที่ Hippocampus จะไม่ใส่ผงชูรส และใช้ผักจากโครงการหลวง

บ้านน้อย

ตอนที่เราไปเข้าพัก มีบ้านอยู่ 2 หลัง คือ บ้านน้อย และบ้านยุ้ง ให้อารมณ์อบอุ่น แต่ต่างสไตล์กัน เลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว แต่ในที่สุดเราก็เลือกบ้านยุ้ง เพราะเป็นบ้าน 2 ชั้นมีพื้นที่ให้นั่งเล่นได้มากกว่า โดยราคาบ้านพักคืนละ 2,000 บาท รวมอาหารเช้าโฮมเมดสำหรับ 2 ท่าน

บ้านพักของเจ้าของโฮมสเตย์

ที่พักเชียงดาว Hippocampus บรรยากาศโฮมมี่ในสวน

บ้านยุ้ง

และนี่คือบ้านพักของเราในคืนนี้ บรรยากาศอบอุ่น โอบล้อมไปด้วยต้นไม้ ด้านล่างมีเปลให้นอนเล่น

เดินขึ้นมาชั้น 2 ก่อนเข้าบ้านยุ้ง มีพื้นที่นั่งเล่นส่วนกลาง รับลมเย็น ๆ ที่นี่มีเข้าถิ่นเป็นแมวเหมียว ไก่ และห่าน!

ด้านในบ้านยุ้งเปิดแอร์เย็นฉ่ำ ตกแต่งด้วยหนังสือญี่ปุ่นสุดน่ารัก
เตียงขนาดไม่ใหญ่ กำลังดีสำหรับ 2 ท่าน
หน้าต่างมองออกไปเป็นวิวดอยหลวงเชียงดาว
ห้องน้ำสะอาดดีมาก
บ้านหลังน้อย นอนหลับสบาย

มีสิ่งอำนวยความสะดวกในบ้านครบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น เจลอาบน้ำธรรมชาติเกรดพรีเมี่ยม ผ้าเช็ดตัว น้ำดื่ม

ด้านหลังสวยมาก เป็นวิวดอยหลวงเชียงดาว ซึ่งแต่ละวันก็จะมีความสวยแตกต่างกันออกไป ต้องมาดูด้วยตาตัวเอง!
ช่วงเย็นก็จะปล่อยห่าน ออกมาหากินเองตามธรรมชาติ ห่านที่นี่ไม่ดุนะ ไม่วิ่งไล่เรา ฮ่า ๆๆ

ลองชิมขนมกับน้ำที่ Hippocampus เชียงดาว รสชาติใช้ได้เลย ชีสเค้กเนื้อเนียนนุ่ม หอมเบาเบา ช็อกโกแลตก็ชื่นใจ

ใกล้เวลาพลบค่ำ ในช่วงเย็นเราขี้เกียจออกไปข้างนอก เลยสั่งอาหารกับที่พักล่วงหน้าไว้
พิซซ่าญี่ปุ่นปูอัด

อาหารมื้อเย็น ทางที่พักจะส่งลิสต์รายการอาหารมาให้เราเลือกล่วงหน้า เพราะต้องเตรียมวัตถุดิบ เพราะทางที่พักใช้ของสด ไม่ได้ใช้ของแช่แข็ง โดยในมื้อเย็นเราเลือกเป็นสปาเก็ตตี้พริกโรยเต้าหู้ทอด พิซซ่าญี่ปุ่นปูอัด และข้าวหมูสับผัดกะปิ

ข้าวหมูสับผัดกะปิ
สปาเก็ตตี้พริกโรยเต้าหู้ทอด

รสชาติอาหารโดยรวมได้ฟีลแบบโฮมเมดจริง ๆ จะออกแนวอาหารญี่ปุ่นหน่อย ๆ เพราะเชฟหลักน่าจะเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น นอกจากอาหารที่เราสั่งแล้วยังมีเมนูจานหลัก และของกินเล่นอื่น ๆ พอประมาณ และในแต่ละสัปดาห์ก็จะมีเมนูพิเศษด้วย ต้องคอยดูอัพเดทผ่านหน้า Facebook ร้านอีกที

บ้านยุ้งยามค่ำคืน (ขออภัยในความตากกางเกง)
อาหารเช้าฮิปโปแคมปัส

ในส่วนของเมนูอาหารเช้า (Breakfast) มีให้เลือกระหว่าง American breakfast with coffee และ Hippocampus breakfast (Poached egg with salad and homemade bread with coffee)

ขอบอกว่าเป็นอาหารเช้าที่ธรรมดา แต่ประทับใจมาก ขนมปังโฮมเมดนุ่ม กรอบตรงขอบ ไข่ปรุงมาระดับความสุกกำลังดี สลัดข้าง ๆ ทำให้รู้สึกสดชื่นมาก เห็นแล้วอยากกินอีกครั้งเลย

ดอยหลวงเชียงดาวในยามเช้า
Hippocampus เชียงดาว
Hippocampus เชียงดาว

เป็นอีกหนึ่งที่พัก ให้บรรยากาศแบบไปนอนบ้านเพื่อน อยู่แบบเรียบง่าย สงบ ไม่พลุกพล่าน enjoy กับอาหารโฮมมี่ รสชาติแปลกใหม่ เหมาะกับผู้คนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว เพลิดเพลินไปกับธรรมชาติ และวิวดอยหลวงเชียงดาวตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง

ทุ่งหญ้ากว้างมาก เหมาะกับเดินเล่น หรือพาน้องหมา น้องแมว มาพักผ่อน เปลี่ยนบรรยากาศกัน

นอนบ้านต้นไม้ริมน้ำที่ บ้านธารชีวี เชียงดาว จ.เชียงใหม่

บ้านธารชีวี เชียงดาว (Tarnchevee) ที่พักติดริมน้ำอยู่ใจกลางบ้านแม่แมะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ใช้เวลาไม่นานจากตัวเมืองเชียงใหม่ ขับรถประมาณ 1-1.30 ชั่วโมง ก็จะได้พบกับบ้านต้นไม้อยู่ติดกับลำธาร ซึ่งไหลผ่านหน้า บ้านธารชีวี ตลอดทั้งปี ร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ปลกคลุม ถึงแม้ว่าจะเป็นหน้าร้อน แต่ด้วยความที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ทำให้บ้านแม่แมะแห่งนี้ เป็น ที่เที่ยวเชียงดาว ที่แวะไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

บ้านธารชีวี แม่แมะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
บ้านธารชีวี แม่แมะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
  • พิกัดการเดินทางมายังบ้านธารชีวี อยู่ในชุมชน “บ้านแม่แมะ” อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 70 กิโลเมตร
  • Google Maps : https://goo.gl/maps/4CHmmfKsydRxqS2a7
  • โทร : 0994144265 หรือ 0619644944
  • ติดต่อจองที่พักผ่าน Facebook : tarnchevee.chiangdao

บ้านธารชีวี ราคาที่พัก และรายละเอียด

  • ราคาที่พัก: 850 บาทต่อท่าน
  • ราคานี้รวม ชุดอาหารเช้า ข้าวต้มแบบบุฟเฟต์ และชุดอาหารเย็น ตำรับพื้นเมือง จัดเต็ม ทานไม่อิ่มเติมได้ไม่อั้น
  • สิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ มีไฟฟ้า และฟรี Wi-Fi / สัญญาณโทรศัพท์ AIS, True / ห้องพัก : ผ้าเช็ดตัว พัดลม ไดร์เป่าผม น้ำดื่ม ปลั๊กพ่วง / ห้องน้ำ : เครื่องทำน้ำอุ่น แชมพู, สบู่เหลว / น้ำดื่ม กาต้มน้ำร้อน โอวัลติน กาแฟ / มีกิจกรรมเดินไร่ชา เดินเที่ยวน้ำตก ล่องแพ
  • ชุดหมูชาบู เพิ่มเติมราคา 499 บาท
โฮมสเตย์ & คาเฟ่ บ้านธารชีวี
โฮมสเตย์ & คาเฟ่ บ้านธารชีวี

นอกจากที่นี่บริการที่พักแบบโฮมสเตย์แล้ว ด้านล่างยังเป็นคาเฟ่บริการสำหรับผู้มาเยือนที่ไม่ได้เข้าพักอีกด้วยนะ มีขนมโฮมเมด ชา กาแฟ โดยเฉพาะชาที่นี่ หอมละมุนมาก อยากให้ไปลองชิมด้วยตัวเอง

เจ้าหมอก หมาน้อย reception ประจำบ้านธารชีวี

ตอนที่เราเดินทางไปพัก เป็นช่วงปี 2021 ซึ่งทางที่พักยังไม่ได้ต่อเติมด้านข้างเพิ่มขึ้นมา แนะนำให้ดูภาพที่พักอัพเดทปัจจุบันที่เพจ https://www.facebook.com/tarnchevee.chiangdao


การเดินทางไปบ้านธารชีวี แม่แมะ

บ้านธารชีวีอยู่ในหมู่บ้านแม่แมะ ซึ่งละแวกนั้นมีโฮมสเตย์หลายเจ้าอยู่ใกล้ ๆ กัน ทางขึ้นมาบ้านแม่แมะเป็นถนนเล็ก ๆ ขดเคี้ยว ขับไม่ยากมาก แค่ต้องระวังช่วงทางโค้ง และเวลาที่รถสวนทางกัน พิกัดบ้านธารชีวี

เมื่อมาถึงแล้วให้จอดรถด้านบน หรือจอดรถที่วัดแม่แมะ (ทรายคำ) จากนั้นเดินเท้าต่อลงไปประมาณ 200 เมตร เตรียมของให้เรียบร้อย เพราะทางลงไปที่พักเป็นทางชัน ขึ้นลงบ่อย ๆ มีหอบเหมือนกันนะ ฮ่า ๆๆ

เดินตามทางลงมาเกือบสุดทาง เราก็จะเห็นตัวบ้าน 2 ชั้นหลังนี้ไกล ๆ โดยด้านล่างเป็นโซนคาเฟ่ บริการชา กาแฟ เครื่องดื่ม เค้ก และขนมต่างๆ ส่วนชั้น 2 เป็นที่พักสำหรับแขกผู้มาเยือน

เดินตามเสียงน้ำมาเรื่อย ๆ และข้ามสะพานที่ลำธารมา ในที่สุดก็ได้พบกับบ้านใต้ต้นไม้ ติดลำธาร เย็นตลอดทั้งวัน แม้จะไม่ใช่หน้าหนาวก็ตามที เป็นทั้งที่พัก โฮมสเตย์ และ คาเฟ่เชียงดาว

เสียงน้ำที่ไหลผ่าน กับบรรยากาศร่มรื่นที่หาไม่ได้ในตัวเมือง ทำให้เรารู้สึกเหมือนถูกหยุดเวลาไว้ ไม่อยากไปไหนเลยจริง ๆ


บรรยากาศห้องพัก บ้านธารชีวี เชียงดาว

สำรวจห้องพักบ้านธารชีวี

ห้องพักจะเป็นแนวโฮมสเตย์ พักกันได้หลายท่านในห้องเดียวกัน แต่ถ้ามา 2 ท่าน หรือคนเดียว solo traveler ก็สามารถพักได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับห้องว่างในช่วงนั้น ๆ ไม่มีชาร์จค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ชั้น 2 เป็นห้องพักขนาดใหญ่ รองรับได้มากถึง 2-6 ท่าน

มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แต่ที่นี่ไม่มีเครื่องปรับอากาศนะ แค่มีพัดลมก็นอนหลับได้สบาย ๆ อาจมีแมลง หรือยุงบ้าง ตามประสาห้องพักที่ติดกับธรรมชาติแบบนี้

ในช่วงกลางวัน ลมโกรกเย็นตลอดทั้งวัน แต่ถ้าใครอยากคลายร้อน จะกระโดดน้ำหน้าที่พักก็ได้นะ
เป็นโฮมสเตย์ที่สงบ ไม่วุ่นวาย เจ้าของเป็นกันเอง

อาหารเช้า-เย็น ชิล ๆ ริมน้ำ

อาหารเย็นแบบจัดเต็ม เติมได้ไม่อั้น

กินข้าวมื้อเย็น พร้อมฟังเสียงริมน้ำ ผ่อนคลายสบายใจเป็นที่สุด ในบรรดา ที่พักเชียงดาว ที่เราเคยไปพักมาทั้งหมด ยอมรับว่าหลงรักที่นี่แบบหมดใจเลยต้องไปซ้ำหลาย ๆ รอบ

ไส้อั่ว ไก่ทอด ผักต้ม แกงฮังเล เลือกได้ว่าจะรับเป็นข้าวสวย หรือข้าวเหนียว

เนื่องจากเราอยากกินของหวานต่อ เลยสั่งน้ำซ่า ๆ พร้อมกับสโคนมากินล้างปากจากของคาว

ในช่วงเวลาค่ำคืน ทางโฮมสเตย์ก็จะเปิดไฟสว่างสไวแบบนี้ ไม่ต้องกลัวว่าอยู่ในป่าแล้วจะมืดเลย ตอนค่ำกิจกรรมก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากกินอิ่ม นอนหลับ อ่านหนังสือชิล ๆ หรือใครจะโพสต์รูปลง social media เน็ตที่นี่แรงจริง ๆ ใครสาย digital nomad ทำงานจากบ้าน work from home แอบเจ้านายมาทำงานที่นี่ก็ถือว่าเป็นไอเดียที่ดีนะ

หลังจากที่นอนขดตัวในผ้าห่ม ในช่วงเดือนตุลาคม แต่อากาศรอบข้างเย็นเหลือเกิน ไม่ถึง 20 องศา เราก็ตื่นมาพร้อมกับเสียงนก เสียงแมลงร้องทั่วป่า พี่นุ่นเจ้าของโฮมสเตย์ก็เตรียมอาหารเช้าให้เราแต่เช้าเลย

ข้าวต้ม ขนมปัง และชุดชาอัญชัญ จัดเตรียมมาอย่างดี

ทำงานสิครับรออะไร อาหารสไตล์โฮมเมดบ้าน ๆ ไม่อิ่มก็ขอเติมได้ตลอด

เนื่องจากเรามีโอกาสได้ไปพักที่ บ้านธารชีวี เชียงดาว หลายครั้ง เลยรวบรวมบรรยากาศจากครั้งก่อน ๆ มาให้ชมกันด้วย

ลำธารในยามเช้าหน้าโฮมสเตย์ธารชีวี แม่แมะ
ลำธารในยามเช้าหน้าโฮมสเตย์ธารชีวี แม่แมะ
แสงตอนเช้าสวยจริง ๆ

อย่าลืมว่าใครที่จังหวะห้องพักเต็ม แล้วไม่ได้มาพักที่นี่ ก็สามารถมาเยี่ยมชมบ้านหลังนี้ได้ตลอดเวลา มีโซนคาเฟ่ให้กินขนม จิบชากาแฟ เป็นอีกจุดเช็คอิน ที่เที่ยวเชียงดาว ที่ต้องห้ามพลาดเมื่อมาเยือนดอยหลวงเชียงดาว


คาเฟ่เชียงดาว

เวลาผ่านไปเร็วจนน่าใจหาย ถึงเวลาร่ำลากันแล้ว
เจ้าหมอกมาส่งถึงที่
กฏระเบียบการเข้าพัก

ผัดไทย บ้านอะลาดิน เชียงดาว (Aladin Chiangdao)

อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว เพื่อที่จะมาชมความสวยงามของ “ดอยหลวงเชียงดาว” แต่ใครจะรู้ว่าที่นี่มีร้านอาหารฝีมือระดับเชฟโรงแรมเปิดอยู่ด้วย ผัดไทย บ้านอะลาดิน ที่ขายผัดไทยรสดั้งเดิมแบบโบราณ จัดจานระดับโรงแรม ราคามิตรภาพเริ่มต้นแค่ 30 บาทเท่านั้น แต่จำกัดจำนวนจานในแต่ละวัน ไปช้าหมด อดทานนะจ๊ะ

บรรยากาศร้านสไตล์บ้าน ๆ วิวสวย มองเห็นดอยหลวงเชียงดาวด้วย

ผัดไทย อะลาดิน เชียงดาว ตั้งอยู่บริเวณหน้าเขาดอยหลวงเชียงดาว เข้าไปไม่ลึกจากถนนใหญ่

  • พิกัด 363 ตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว เชียงใหม่ 50170
  • Google Maps: https://goo.gl/maps/TEGDcY1qdkdPhgDG7
  • เปิดให้บริการ: 10:30 – 14:00 น. ปิดทุกวันพุธ และขายเพียงวันละ 99 จานเท่านั้น ถ้าหมดก็ปิดร้านเลย!
  • โทร: 0894335578
  • Facebook: https://www.facebook.com/ChefdoungIntapan
ผัดไทย บ้านอะลาดิน เชียงดาว
ผัดไทย บ้านอะลาดิน เชียงดาว

ถือว่าเป็นร้านเล็ก ๆ ชาวบ้าน ๆ ไม่ได้มีการตกแต่งอะไรมาก ออกแนวลูกทุ่งของจริง อยู่ท่ามกลางสวนลำไย มีที่จอดรถเพียงพอ

น้ำเปล่าฟรี น้ำแข็งบริการตัวเองได้เลย พร้อม WiFi ฟรีอีกต่างหาก

เมนูผัดไทย บ้านอะลาดิน
เมนูผัดไทย บ้านอะลาดิน

เมนูผัดไทยเริ่มต้นที่ 30 บาทเท่านั้น และถ้าต้องการรับเป็นกุ้งสด ราคาอยู่ที่ 50 บาททุกจาน โดยความแตกต่างของผัดไทยจะอยู่ที่วัตถุดิบในการนำมาทำผัดไทย เช่น เกี๊ยวกรอบผัดไทย ผัดไทยวุ้นเส้น ผัดไทยข้าวซอยกรอบ ผัดไทยเส้นจันทร์ ผัดไทยเส้นหมี่กรอบ ผัดไทยโฮลวีทแซนวิช และยังมีของหวานอย่างไอศกรีมทอด และช็อคโกแลตลาวาอีกด้วยนะ

หน้าตาผัดไทยทั้งหมดในมื้อนี้ สั่งมาลองหลาย ๆ แบบ แต่ละจานตกแต่งโดดเด่นจริง ๆ ไม่น่าเชื่อว่านี่ตกจานละ 30 บาทเท่านั้น!

ใบเมนูสั่งอาหาร แนะนำให้สั่งของหวานพร้อมกันไปเลย เพราะรอค่อนข้างนาน
เครื่องปรุงผัดไทย พริกคั่ว น้ำตาล และถั่วลิสง
ผัดไทยเกี๊ยวกรอบ 30.-
ผัดไทยเกี๊ยวกรอบ 30.-

ผัดไทยเกี๊ยวกรอบ – เกี๋ยวกรอบเป็นช่อ ๆ ด้านในเป็นเครื่องผัดไทย ตกแต่งจานมาสไตล์โรงแรมของจริง

ผัดไทยวุ้นเส้นกุ้ง 50.-

ผัดไทยวุ้นเส้นกุ้ง – วุ้นเส้นห่อมากับไข่ ตัวซอสผัดไทยที่ร้าน ผัดไทย บ้านอะลาดิน จะออกไปทางเค็ม ๆ มัน ๆ แนะนำให้บีบมะนาว หรือปรุงรสชาติด้วยพริกป่นเพิ่มเติม เพราะกินนาน ๆ ไปอาจเลี่ยนได้

ผัดไทยข้าวซอยกรอบ 30.-

ผัดไทยข้าวซอยกรอบ – จานนี้เป็นเหมือนบะหมี่ที่นำไปทอดกรอบ แล้วคลุกเคล้ากับซอสผัดไทย โรยด้วยถั่วงอก และไข่ โดยส่วนตัวชอบจานนี้สุด เพราะความกรอบของข้าวซอยทอด ทำให้กินแล้วมัน ๆ เพลินดีเหลือเกิน

เกี๊ยวกรอบผัดไทยในอีกมุมหนึ่ง

โดยรวมแล้วรสชาติผัดไทยทุกจาก ทำมาจากซอสตัวเดียวกัน ทำให้รสชาติจะออกไปในทางเดียว คือ จะค่อนข้างหนักเค็ม และหวาน แนะนำให้ปรุงรสชาติเพิ่มเติม บีบมะนาว หรือเติมพริกป่นได้ตามใจชอบ

ไอศกรีมทอด 30.-

และที่พีคไปกว่านั้น ไอศกรีมทอด ส่วนตัวเราว่าของหวาน เด่นกว่าของคาวอีกนะ ไอติมทอดด้านนอกกรุบกรอบ ด้านในเย็นฉ่ำ สดชื่นอย่างบอกไม่ถูก และที่สำคัญจัดจานมาได้สวยเกิน 30 บาท อีกแล้ว

ด้านในเนื้อไอศกรีมยังไม่ละลาย ทานคู่กับเครื่องเคียง ฟินอย่างบอกไม่ถูก!
ขอบอกว่าทางร้านจัดจานได้อลังการแบบนี้ทุกจานจริง ๆ

ผัดไทยบ้านอะลาดิน (Aladin Chiangdao) ผัดไทยชื่อดังประจำอำเภอเชียงดาว จัดจานได้น่าประทับใจ สวยงามตรงปก ราคาถูกเกินเบอร์ไปมาก ฝีมือระดับเชฟตัวจริง แนะนำให้ไปก่อนเที่ยง เพราะลูกค้าค่อนข้างเยอะ อาหารอาจจะรอนานไปบ้าง ใครไปเที่ยวเชียงดาว แล้วยังไม่เคยลองร้านนี้ แนะนำว่าต้องแวะไปชิมผัดไทย ท่ามกลางบรรยากาศบ้านสวน ร่มรื่น เบื้องหลังเป็นดอยหลวงเชียงดาว

ใต้ถุนบ้าน คาเฟ่อาหารเช้า เชียงใหม่เจ้า

อาหารเช้าเมืองเชียงใหม่ มีหลายสไตล์ให้เลือกไม่ว่าจะเป็นโจ๊ก ข้าวต้ม ไข่กระทะ ฯลฯ โดยที่ร้าน ใต้ถุนบ้าน เชียงใหม่ เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารเช้าเชียงใหม่ชื่อดัง ที่ขายอาหารเช้าธรรมดา ๆ ง่าย ๆ ทั่วไปในสไตล์โฮมมี่ แต่รสชาตินั้นไม่ธรรมดาเลย สไตล์การตกแต่งที่อยู่ใต้ถุนบ้านจริง ๆ เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เข้าไปในร้านแล้วต้องก้มหัวให้ดี ไม่งั้นมีหัวโขกกับถุนบ้านแน่ ๆ

ใต้ถุนบ้าน ถนนช้างม่อย
ใต้ถุนบ้าน ถนนช้างม่อย
  • พิกัดร้านใต้ถุนบ้าน อยู่ที่ถนนช้างม่อยเก่า ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่
  • เปิดให้บริการ 06:30 – 14:00 น.
  • โทร 0864075460
  • Google Maps: https://goo.gl/maps/i71Y36iq8aFjBbCB6
  • ที่จอดรถยนต์ จอดบริเวณถนนใหญ่แล้วเดินเข้ามา
  • ที่จอดมอเตอร์ไซค์ จอดหน้าประตูร้านได้
  • Facebook: https://www.facebook.com/taitoonbaanchiangmai
  • Instagram: https://www.instagram.com/taitoonbaan

ตัวร้านเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ที่ด้านล่างเป็นโซนครัวทำอาหาร รวมถึงที่นั่งรับประทานอาหาร เมนูหลักเน้นอาหารเช้าแบบง่าย ๆ เช่น โจ๊ก ไข่กระทะ ไข่ลวก ชา กาแฟ ขนมปังปิ๊ง

ชาร้อนฟรี

ชาร้อนเสิร์ฟฟรีทุกโต๊ะ บรรยากาศอบอุ่น ให้อารมณ์เหมือนไปกินข้าวบ้านญาติที่ต่างจังหวัด

ใต้ถุนบ้าน เมนู
ใต้ถุนบ้าน เมนู

จะเห็นได้ว่าเมนูนั้นไม่ได้หลากหลายมาก เน้นเป็นอาหารเช้าทานง่าย ๆ สบาย ๆ ที่สำคัญเลยคือราคาเป็นมิตร

เมนูอาหารเช้าร้านใต้ถุนบ้าน
เมนูอาหารเช้าร้านใต้ถุนบ้าน

มื้อเช้าของเราในวันนี้ ดูเหมือนว่าจัดหนักพอสมควรสำหรับ 2 คน ฮ่า ๆๆ

ขนมปังนึ่ง สังขยา และกาแฟร้อน
ขนมปังอุ่น ๆ หั่นมาพอดีคำ บวกกับสังขยาที่ไม่หวานเลี่ยน
ขนมปังนึ่ง สังขยา

ขนมปังมีความนุ่ม สังขยาอุ่น ๆ หอมมัน เข้ากันได้ดี เหมาะกับยามเช้าจริง ๆ หรือใครจะสั่งเป็นแบบปิ้งก็มีเช่นกันนะ

ไข่กระทะ

ไม่รู้เป็นอะไร เวลาไปภาคเหนือ หรืออีสานชอบสั่งไข่กระทะ เมนูนี้ก็ง่าย ๆ ไม่มีอะไรโดดเด่นมาก ตามมาตรฐานของไข่กระทะเลย

ขนมปังไข่ชีส

เมนูนี้ดูเหมือนจะแปลกสุดแล้ว เป็นขนมปังชุบไข่สอดไส้ชีส คล้ายกับเฟรนช์ โทสต์ จานนี้อร่อยเลย หอมมัน กินได้เพลิน ๆ

ขนมปังชิ้นหนานุ่ม หอมจากเนย ไข่ และชีส
ไข่กระทะเมนูบ้าน ๆ ทำออกมาได้ดี
โจ๊กหมู + ไข่ เนื้อหมูนุ่มเด้ง มีรสชาติดี

นอกจากอาหารเช้าแล้ว ยังมีเครื่องดื่มแบบง่าย ๆ ชา กาแฟ โอวัลติน ราคาไม่แพง เริ่มต้นที่ 20 บาทเท่านั้น

ด้านหน้าจะเป็นจุดจ่ายเงิน และสเตชั่นทำขนมปัง

เป็นร้านที่เกิดจากการดัดแปลงบ้านไม้ ที่ด้านล่างเป็นเหมือนกับใต้ถุนบ้าน แล้วปรับปรุงให้ออกสไตล์ย้อนยุควินเทจ โดยรวมแล้วน่านั่งเป็นอย่างมาก ใครที่ไปเชียงใหม่แล้ว ไม่รู้จะไปกิน อาหารเช้าเชียงใหม่ ที่ไหน แนะนำให้มาลองร้าน ใต้ถุนบ้าน นี้ดูสักครั้งแล้วจะติดใจในความเรียบง่ายของที่นี่

อีกอย่างที่ประทับใจ คือ พนักงานบริการดี ใส่ใจลูกค้า

ที่นั่งบริเวณใต้ถุนบ้าน ซึ่งโต๊ะอาจไม่เยอะมาก แต่ก็จัดสรรพื้นที่ได้อย่างลงตัว ใครไม่อยากเจอคนเยอะในวันหยุด แนะนำให้ไปแต่เช้า ๆ ระหว่างรอคิว ที่ร้านก็มีมุมถ่ายรูปน่ารัก ๆ หลายมุมเลย ถ่ายมุมไหนก็สวยไปหมด เปรียบเสมือนได้ไปเที่ยวคาเฟ่ดี ๆ เลยจ้า

นั่งรถไฟไปเชียงใหม่ ขบวนรถด่วนพิเศษอุตราวิถี กรุงเทพ-เชียงใหม่

เพื่อน ๆ เราไป นั่งรถไฟไปเชียงใหม่ กันเถอะ น่าสนุกดีนะ เมื่อได้รับคำชวนมา เราก็ไม่รอช้าแพ็คกระเป๋าเพื่อเตรียมตัวเดินทางจาก กรุงเทพ-เชียงใหม่กันเลย แต่ก่อนอื่นเราต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับรถไฟกันก่อน ทั้งการ จองตั๋วรถไฟออนไลน์ รถไฟตู้นอน เชียงใหม่ มีแบบไหนบ้าง เพื่อให้การไป เที่ยวเชียงใหม่ ครั้งนี้ของเราเป็นไปอย่างราบรื่น และสนุกสนาน เราจึงรวมข้อมูลการจอง รถไฟกรุงเทพ เชียงใหม่ มาในรีวิวนี้หมดแล้ว!

รถไฟไปเชียงใหม่ มีขบวนไหนบ้าง

นั่งรถไฟไปเชียงใหม่
นั่งรถไฟไปเชียงใหม่

ขบวนโดยสารทั้งหมดจาก สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) ถึงสถานีเชียงใหม่

  • ด่วนพิเศษดีเซลราง ขบวนที่ 7 เป็นรถไฟชั้น 2 แบบนั่งปรับอากาศ ไม่มีเตียงนอน ใช้เวลาประมาณ 11 ชั่วโมง
  • เร็ว ขบวนที่ 109 เป็นรถไฟชั้น 2 และชั้น 3 แบบพัดลม ปรับเป็นเตียงนอนได้ ใช้เวลาประมาณ 14.30 ชั่วโมง
  • ด่วนพิเศษ CNR ขบวนที่ 9 เป็นรถไฟชั้น VIP มีทั้งชั้น 1 และชั้น 2 แบบปรับอากาศทั้งหมด มีเตียงนอน ใช้เวลาประมาณ 12-13 ชั่วโมง ซึ่งรถขบวนที่ 9 นี้ เป็นรถไฟยอดนิยมที่สุด หรือหลายคนเรียกว่ารถไฟเบาะแดง เดี๋ยวเราจะรีวิวความแตกต่างของตู้นอนชั้น 1 และตู้นอนชั้น 2 ให้ได้ชมกันในรีวิวนี้
  • ด่วนพิเศษ ขบวนที่ 13 รูปแบบขบวนจะคล้ายกับขบวนที่ 9 คือ มีทั้งชั้น VIP และชั้น 2 แบบปรับอากาศ ต่างกันที่ขบวน 9 ถูกตกแต่งให้ทันสมัยมากกว่า
  • ด่วน ขบวนที่ 51 เป็นรถไฟชั้น 2 และชั้น 3 ที่มีทั้งแบบรถนอนปรับอากาศ และแบบพัดลม

วิธีการจองตั๋วรถไฟออนไลน์

เว็บไซต์จองตั๋วรถไฟออนไลน์ โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย

เว็บไซต์ จองตั๋วรถไฟออนไลน์ มีหลายเว็บ แต่แนะนำให้จองผ่านเว็บ www.dticket.railway.co.th ของการรถไฟแห่งประเทศไทย จะดีกว่า เพราะอัพเดทข้อมูลที่นั่งแบบเรียลไทม์ และที่สำคัญปลอดภัย ได้ตั๋วชัวร์แน่นอน

จากนั้นให้เลือก “สถานีต้นทาง” และ “สถานีปลายทาง” รวมไปถึงวันที่เดินทาง และจำนวนผู้โดยสาร และคลิก “ค้นหา”

รถไฟตู้นอน เชียงใหม่
รถไฟตู้นอน เชียงใหม่

จะสังเกตได้ว่าขบวนโดยสาร รถไฟเชียงใหม่ มีหลายขบวน หลายประเภท แต่ขบวนที่เราจะนั่งนั้นเป็น รถไฟอุตราวิถี ขบวนที่ 9 ด่วนพิเศษ CNR เป็นรถไฟตู้นอน เชียงใหม่ ล่าสุด

หลังจากเลือกขบวนที่ 9 แล้ว จะขึ้นหน้าให้เลือกตู้โดยสาร โดยแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ รถไฟตู้นอนชั้น 1 และรถไฟตู้นอนชั้น 2

  • รถไฟตู้นอนชั้น 1 – ห้องส่วนตัว 2 คน มีเตียงนอน 2 ชั้น / กระจก อ่างล่างหน้าส่วนตัว / หน้าต่างส่วนตัว / ถ้าจองห้องติดกัน สามารถเปิดประตูเข้าหากันระหว่าง 2 ห้องได้ / ห้องอาบน้ำ และห้องสุขารวม ไม่ปนกับตู้นอนชั้น 2
  • รถไฟตู้นอนชั้น 2 – เตียงนอน 2 ชั้นแบบรวมกันผู้โดยสารท่านอื่น ๆ / ห้องสุขา อ่างล้างหน้าใช้ร่วมกัน / ไม่มีห้องอาบน้ำ
ตัวอย่างผังที่นั่งรถไฟตู้นอนชั้น 2
เมื่อเลือกที่นั่งเรียบร้อย สามารถจ่ายเงินผ่านบัตเครดิต และบัตรเดบิตได้ทันที

ชำระเงินเรียบร้อยก็จะมีอีเมล์ยืนยัน พร้อมตั๋วส่งมาให้ตามอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้ แค่นี้ก็เรียบร้อย เตรียมตัวไป เที่ยวเชียงใหม่ กันได้เลย และเมื่อได้ตั๋วทางอีเมล์แล้ว เราสามารถพิมพ์ตั๋ว เพื่อไปยืนยันก่อนขึ้น รถไฟตู้นอน ได้โดยไม่ต้องไปติดต่อเคาน์เตอร์ขายตั๋วแต่อย่างใด


ราคาตั๋วรถไฟไปเชียงใหม่

  • ตั๋วรถไฟชั้น 2 เตียงล่าง 1,041 บาท / เตียงบน 941 บาท
  • ตั๋วรถไฟชั้น 1 แบบส่วนตัว 2 คน เตียงล่าง 1,653 / เตียงบน 1,453 หรือจะเหมาห้องนอนคนเดียว 2,453 บาท
  • จองล่วงหน้าได้ 90 วัน จองผ่านหน้าสถานีรถไฟ จองออนไลน์ตามวิธีด้านบน หรือจองผ่านคอลเซ็นเตอร์ที่เบอร์ 1690 (จองผ่านโทรศัพท์จะได้รหัสการจอง เพื่อนำไปรับตั๋วรถไฟภายในวันถัดไปที่สถานีรถไฟได้ไม่เกิน 4 ทุ่ม)

นั่งรถไฟไปเชียงใหม่ ตู้นอนชั้น 1

รถไฟชั้น 1
รถไฟชั้น 1

ลักษณะรถไฟตู้นอนชั้น 1 เป็นห้องส่วนตัว นั่งได้ 2 ท่าน ซึ่งถ้าใครมาคนเดียวก็สามารถเหมาห้อง เพื่ออยู่คนเดียวได้ แต่ต้องจ่ายในราคา 2 คนนะ เพราะฉะนั้น solo traveler จึงมักจะเลือกจอง รถไฟตู้นอนชั้น 2 กันมากกว่า

ทางเดินบนตู้โดยสารชั้น 1

รถไฟตู้นอนชั้น 1 จะมีแค่ตู้โดยสารเดียวต่อขบวนเท่านั้น ทำให้ที่นั่งเต็มค่อนข้างไว เรียกได้ว่าเป็นที่หมายปองของนักท่องเที่ยวทั้งคนไทย และต่างชาติเลยก็ว่าได้ ฮ่า ๆๆ

รถไฟตู้นอนชั้น 1
รถไฟตู้นอนชั้น 1 มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

ภายในห้องค่อนข้างกว้าง นั่งนอน เหยียดขาได้อย่างสบาย และเมื่อเดินทางไปได้สักชั่วโมง พนักงานประจำตู้โดยสารก็จะมาเตรียมที่นอนให้ทุกห้องตามลำดับ

สิ่งอำนวยความสะดวก

เข้ามาดูภายในห้องโดยสารกันดีกว่า มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม เช่น น้ำดื่ม ผ้าห่ม หมอน ผ้าปูรองนอน สามารถปิดประตูเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้ ถ้ามีอะไรขาดเหลือ สามารถกดกริ่งเรียกพนักงานประจำตู้โดยสารได้ด้วยนะ

อ่างล่างหน้า แปรงฟัน กระจก ตู้เก็บของหลังกระจก และถังขยะ

อย่างที่เกริ่นไป ถ้ามากันเป็นคู่ ๆ นั่งรถไฟไปเชียงใหม่ สามารถจองห้องติดกัน และเปิดประตูเชื่อมหากันได้ เพิ่มความสนุกในการเดินทางยิ่งขึ้นไปอีกขั้น

ห้องสุขา ห้องอาบน้ำ (เฉพาะชั้น 1)

เดินมาท้ายตู้โดยสารก็จะพบกับห้องสุขา และห้องอาบน้ำ ซึ่งมีเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย ถือว่าไม่ได้ลำบากเลยสำหรับการเดินทางด้วยรถไฟไปเชียงใหม่ในครั้งนี้

ห้องสุขา มีสายฉีดชำระ ก๊อกล้างมือ กระดาษชำระ สะอาดน่าใช้ ลืมภาพจำห้องน้ำรถไฟเก่า ๆ ไปได้เลย
ใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 12 ชั่วโมง ก็ตื่นมาพบกับสถานีรถไฟเชียงใหม่แล้ว

รถไฟตู้นอนชั้น 2

รถไฟตู้นอนชั้น 2
รถไฟตู้นอนชั้น 2

หลังจากดูบรรยากาศ ตู้นอนชั้น 1 ของรถไฟอุตราวิถีกันไปแล้ว เรามาดู รถไฟชั้น 2 กันบ้าง เบาะนั่งสีแดงโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ที่นั่งต่อตู้โดยสารค่อนข้างเยอะ มีห้องสุขารวมทุกตู้โดยสาร

บรรยากาศ รถไฟอุตราวิถี ตู้นอนชั้น 2

เนื่องจากเป็นเตียงรวม ความเป็นส่วนตัวก็จะน้อยลงหน่อย แต่ทุกที่นอนจะมีม่านปิดเพิ่มความเป็นส่วนตัว
ที่นั่งจะเป็นแบบหันหน้าชนกัน และเมื่อถึงเวลา พนักงานก็จะปรับเบาะเป็นเตียงนอนแนวยาว

ถึงแม้ว่าบนรถไฟจะมี Wi-Fi พร้อมรหัสให้ใช้ฟรี แต่ใช้แล้วเหมือนไม่ได้ใช้ เพราะค่อนข้างช้า และสัญญาณอินเตอร์เน็ต 4G หรือ 5G ระหว่างการเดินทางข้ามจังหวัดค่อนข้าง ติด ๆ ดับ ๆ เล่นไม่ค่อยได้ แนะนำให้ดาวน์โหลดซีรี่ย์ หรือเพลงเตรียมตัวไว้ก่อนออกเดินทาง

สิ่งอำนวยความสะดวก รถไฟตู้นอนเชียงใหม่

แอร์บนรถไฟค่อนข้างหนาว ถึงแม้จะมีผ้าห่มให้ทุกเตียง แต่ถ้าใครขี้หนาว ก็แนะนำให้พกแจ๊คเก็ตกันหนาวสักตัว นอกจากตู้โดยสารตามที่นั่ง เราสามารถเดินไปยังตู้เสบียง เพื่อหาของกินระหว่างทางได้ โดยอาหารส่วนใหญ่ก็จะเป็นชา กาแฟ เมนูข้าวจะเป็นข้าวกล่องสำเร็จรูป พนักงานจะอุ่นร้อนให้เสร็จสรรพ

สถานีเชียงใหม่ในตอนเช้า

สำหรับรถไฟตู้นอนชั้น 2 ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 12-13 ชั่วโมง เท่ากับชั้น 1 เนื่องจากเป็นขบวนเดียวกัน แตกต่างกันที่ความเป็นส่วนตัวเท่านั้นเอง


บทสรุป นั่งรถไฟไปเชียงใหม่ คุ้มค่าไหม

การเดินทางด้วยรถไฟด้วยระยะทางไกล นับว่าเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ในประเทศไทย หลายคนอาจมีภาพจำที่ไม่ดีกับรถไฟไทย แต่ปัจจุบันรถไฟไทยได้พัฒนาไปมากแล้ว ทั้งสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ รถไฟรางคู่ รวมถึงการปรับปรุงขบวนรถไฟให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น

สำหรับ รถไฟไปเชียงใหม่ กับขบวนด่วนพิเศษอุตราวิถีนี้ ในราคาเริ่มต้นที่ 9xx บาท ถือว่าคุ้มค่า สะดวกสบาย รถไฟออก และถึงจุดหมายปลายทางตรงเวลา มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ไม่ต้องเสียเวลาไปรอเช็คอินนาน ๆ เหมือนเครื่องบิน แถมเวลาการเดินทางยังสะดวก ออกเดินทางค่ำ ๆ ถึงเชียงใหม่ตอนเช้าตรู่พอดี ออกเดินทางไปทำงาน หรือเที่ยวกันได้ต่อทันที ทีนี้จะรออะไรล่ะ เก็บกระเป๋าเดินทางกันเลย!

เที่ยวจันทบุรี 2 วัน 1 คืน ลัดเลาะทะเล ชุมชนเก่าริมน้ำจันทบูร

ทะเลใกล้กรุงเทพ นอกจากชลบุรีแล้ว ยังมีจังหวัดติดทะเลอ่าวไทยอื่น ๆ ที่น่าเที่ยวไม่แพ้กันแถมยังเดินทางใช้เวลาไม่นานด้วย เที่ยวจันทบุรี 2 วัน 1 คืน เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศเดิม ๆ จากพัทยา บางแสน ศรีราชา ฯลฯ มาท่องเที่ยวในจันทบุรี จังหวัดที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมและบรรยากาศที่ต่างจากจังหวัดอื่นพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นทะเล จุดชมวิวต่าง ๆ เทือกเขา น้ำตก ชุมชนเก่าริมน้ำจันทบูร รวมไปถึงผลไม้สดอร่อยจากแหล่งเพาะปลูกอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย

รีวิวนี้เราพาไปเที่ยวจันทบุรีโดยออกเดินทางด้วยรถส่วนตัวจากกรุงเทพฯ สำหรับแพลนเที่ยวจันทบุรีมีดังนี้

  • วันแรก -> หาดคุ้งวิมาน -> จุดชมวิวเนินนางพญา -> เจดีย์กลางน้ำ -> ร้านแม่อรุณศรี -> วัดปากน้ำแขมหนู -> สะพานตากสินมหาราช -> หาดแหลมสิงห์ -> Mika cafe -> โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล -> Little Cottage -> ชุมชนริมน้ำจันทบูร -> ข้าวต้มสมบูรณ์โภชนา -> ตลาดเซ็นทริค -> Little Cottage
  • วันที่สอง -> น้ำตกพลิ้ว -> Taste Pasta -> ร้านแม่ละม่อม -> Toffee Cake Chonburi -> เดินทางกลับ

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะไปที่ไหนก่อนดี เราแนะนำว่าให้ลัดเลาะตามชายหาดก่อน เริ่มจากจุดชมวิวหินโคร่ง เมื่อขับรถจากถนนเฉลิมบูรพาชลทิตลงมาที่ทางแยกหาดคุ้งวิมาน ให้เราเลี้ยวขวาตามทางไปเรื่อย ๆ จะพบกับจุดชมวิวให้เราได้พักเหนื่อย

จุดชมวิวหินโคร่ง
จุดชมวิวหินโคร่งอยู่ด้านขวาสุดของหาดคุ้งวิมาน

จุดชมวิวนี้ไม่ได้มีแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดมากนัก ลักษณะเป็นหาดที่เต็มไปด้วยหิน ไม่สามารถเดินลงไปด้านล่างได้ เนื่องจากมีแนวกันคลื่นกั้นอยู่ เหมาะกับมาจอดพักรถ ชมวิว และอุดหนุนแม่ค้าชาวบ้านแถวนั้นซะมากกว่า

ยืนฟังเสียงคลื่นพร้อมลมทะเลปะทะหน้า จุดเริ่มต้นที่ดีของทริปนี้

จุดชมวิวเนินนางพญา หาดคุ้งวิมาน

จากนั้นให้เราขับเลาะมาตามหาดคุ้งวิมานเรื่อย ๆ จะพบกับจุดชมวิวอันเลื่องชื่อของเมืองไทย “จุดชมวิวเนินนางพญา” ซึ่งระหว่างทางมาจุดนี้ เราจะต้องผ่านถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ถนนที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง และเป็นถนนเลียบชายหาดที่ยาวที่สุดในประเทศไทย จะที่สุดขนาดไหนต้องมาสัมผัสด้วยตัวเอง มีเลนจักรยานให้พร้อม ยิ่งถ้ามาช่วงเช้าตรู่ หรือช่วงเย็น บรรยากาศโคตรดี!

วิวจากจุดชมวิวเนินนางพญา มองเห็นถนนเฉลิมบูรพาชลทิตเลียบชายทะเล โค้งคดไปมา
จุดชมวิวเนินนางพญา
วิวฝั่งตรงข้ามสวยไม่แพ้กัน
ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต

จากที่จอดรถจะมีทางเดินขึ้นมา ณ จุดชมวิวแห่งนี้ สามารถมองเห็นวิวรอบ ๆ ได้แบบ 360 องศาเลยทีเดียว

ใครชอบปั่นจักรยาน แนะนำว่าให้พกจักรยานใส่ท้ายรถมาด้วย หรือจะปั่นจากกรุงเทพเลยก็ได้! เมื่อก่อนที่มาครั้งแรก เราก็มาปั่นจักรยานที่ถนนแห่งนี้เหมือนกัน ดูเหมือนจะไม่ไกล แต่ทางโหดเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน มีทั้งทางลาดชัน และทางลง ที่ต้องใช้ความระมัดระวังพอสมควร

ก่อนเดินทางไปยังจุดต่อไป แวะซื้อน้ำมะพร้าวสดจากร้านค้าท้องถิ่น

จุดชมวิวเจดีย์กลางน้ำ บ้านหัวแหลม

จากจุดเดิมไม่ไกลนัก ขับรถแปปเดียวถึง เราสามารถจอดรถได้ที่ลานจอดรถด้านหน้า หรือถ้าช่วงนั้นนักท่องเที่ยวไม่เยอะมาก สามารถขับเข้ามาด้านในตรงทางเดินเข้าจุดชมวิวเจดีย์กลางน้ำได้เลย (พิกัดทางเดินเข้าเจดีย์กลางน้ำ)

สะพานไม้ทอดยาวจากจุดจอดรถ ซึ่งบริเวณนั้นจะเป็นที่อยู่อาศัยของชาวบ้านในละแวกนั้น เราอาจได้เห็นชาวบ้านจับสัตว์ทะเลมาขายบ้าง กุ้งหอยปูปลา นานาชนิด ซื้อตรงผ่านชาวบ้าน รับรองว่าถูกกว่าราคาหน้าตลาดสดอย่างแน่นอน

เจดีย์กลางน้ำ จันทบุรี
เจดีย์กลางน้ำ บ้านหัวแหลม จันทบุรี

เดินบนสะพานไม้ที่ทอดยาวมาเรื่อย ๆ ไม่ไกลมากก็พบกับ เจดีย์กลางน้ำ บ้านหัวแหลม จันทบุรี ลักษณะเป็นเจดีย์เก่าแก่มีอายุมากกว่า 200 ปี ตั้งอยู่บนโขดหินกลางทะล โดยเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวของชาวบ้าน และชาวประมงที่นี่

ถึงแม้แดดจะร้อน แต่ลมทะเลนี่พัดปะทะหน้าแรงมาก ทำให้คลายร้อนจากแสงแดดไปได้เยอะ
สะพานไม้ยื่นยาวออกไปในทะเล เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมเจดีย์อย่างใกล้ชิด

ถือว่าตรงนี้เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่เป็น Unseen Thailand น่าแวะมาเยี่ยมชมเป็นอย่างมาก นอกจากได้เห็นเจดีย์กลางน้ำแล้ว บริเวณรอบ ๆ ยังล้อมไปด้วยทะเล และภาพบรรยากาศของวิถีชาวประมง ทำให้รู้สึกผ่อนคลายสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

ครัวแม่อรุณศรี

แม่อรุณศรีซีฟู้ด
แม่อรุณศรีซีฟู้ด

ระหว่างทางจากจุดชมวิวเจดีย์กลางน้ำไปยังจุดหมายต่อไป รู้สึกว่าเริ่มหิวขึ้นมาแล้ว เลยกางดูร้านที่ลิสต์ไว้ และสะดุดตากับร้านแม่อรุณศรี ด้วยราคาที่ไม่แพงมาก อาหารหลากหลายเมนู และหน้าตาดูน่าทาน ไม่รอช้า รีบแวะในทันที ปรากฏว่าอาหารใช้ได้เลยนะ ราคาไม่แพงจริง อ่านรีวิวเต็ม ๆ ได้ที่นี่ นอกจากร้านนี้ยังมีอีกหลายร้านที่จดไว้ เช่น ร้านป้าสาว / ร้านเจ๊ฝนก๋วยเตี๋ยวหมูเหลียง / MerMarSea On the Beach / คาเมะ คาเฟ่ หาดเจ้าหลาว เป็นต้น

วัดปากน้ำแขมหนู

วัดปากน้ำแขมหนู
โบสถ์เซรามิกสีน้ำเงิน ทนน้ำเต็ม กันสนิมแห่งเดียวในโลก

หลังจากได้เห็นบรรยากาศทะเลจันทบุรีไปแล้ว เรามาแวะไหว้พระกันที่ “วัดปากน้ำแขมหนู” อยู่ใกล้กับจุดชมวิวปากน้ำแขมหนู จุดเด่นสะดุดตาที่สุด ยกให้โบสถ์สีน้ำเงิน สวยงามทั้งด้านนอก และด้านใน โบสถ์แห่งนี้สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 เนื่องจากโบสถ์เก่าทรุดโทรมจากสภาพอากาศที่อยู่ติดทะเลทำให้ชำรุดไปตามกาลเวลา โบสถ์ใหม่แห่งนี้จึงสร้างด้วยเซรามิกเคลือบบนผิวปูน เพื่อให้ทนทานต่อสภาพอากาศที่ล้อมรอบไปด้วยน้ำเค็มจากทะเล

เป็นโบสถ์ที่สวยงามมาก มุมถ่ายรูปเยอะ และด้านในยังมีพระพุทธชินราชจำลองให้ได้สักการะอีกด้วย พิกัดวัดตั้งอยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยว แวะชมได้สบาย ๆ เหมาะกับแพลน เที่ยวจันทบุรี 2 วัน 1 คืน เป็นอย่างยิ่ง

หลังจากเที่ยวหาดคุ้งวิมานแล้ว แวะเปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยววัดต่อ ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว เป็นโบสถ์สีน้ำเงินตัดกับสีขาว สวยสะดุดตา รับรองว่าได้ภาพสวย ๆ กับมุมแปลกตาที่นับว่าเป็นอีกหนึ่ง Unseen Thailand

สะพานตากสินมหาราช

สะพานตากสินมหาราช
สะพานตากสินมหาราช จันทบุรี

จุดต่อมาเป็นสะพานตากสินมหาราช (สะพานแหลมสิงห์) เป็นสะพานที่มีความยาวถึง 1,060 เมตร ยาวที่สุดในภาพตะวันออก ทอดข้ามระหว่างคำบลปากน้ำแหลมสิงห์ และตำบลบางกะไชย ด้านล่างเป็นปากแม่น้ำจันทบุรี

อีกฝั่งเราจะเห็นเลยว่าแม่น้ำกำลังไหลลงไปบรรจบกับทะเลจันทบุรี เหมาะกับแวะชมวิวทิวทัศน์ในช่วงเย็น มองเห็นท่าเรือน้ำลึก และกระชังปลาของชาวประมงแหลมสิงห์

หาดแหลมสิงห์

หาดแหลมสิงห์
ชายหาดแหลมสิงห์ในวันที่ไม่มีนักท่องเที่ยว

หาดแหลมสิงห์เป็นชายหาดที่ทอดยาวจนสุดสายตา บริเวณรอบ ๆ มีบริการเตียงผ้าใบ ห้องอาบน้ำ ร้านค้า ร้านอาหาร คอยให้บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งหาดนี้สามารถลงเล่นน้ำทะเลได้อีกหาดหนึ่งของจันทบุรี

น้ำทะเลอาจไม่ได้ใสมาก แต่ก็พอให้หายคิดถึงทะล

Mika Cafe

Mika Cafe

คาเฟ่ของหวานสไตล์ญี่ปุ่น Mika Cafe มีทั้งชาเขียว ขนมหวาน บิงซู โมจิ และเมนูอื่นอีกเพียบ ขนาดร้านไม่ใหญ่มาก แต่ขนมนี่น่ากินสุด ๆ แถมราคายังไม่แพงอีกด้วย

สามารถ อ่านรีวิว Mika Cafe แบบเต็ม ๆ ได้ที่นี่

โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล

โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล
โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล

โบสถ์ที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในประเทศไทย ที่จังหวัดจันทบุรีนี่มีแต่ของที่สุดในประเทศเลยแหะ ฮ่า ๆ ช่วงนี้สถานการณ์โควิด เราเลยอดเข้าไปเยี่ยมชมภายในโบสถ์ แต่สามารถเดินชมรอบ ๆ ได้

ข้างกันมีจำหน่ายภาพวาด โดย อ.สมเกียรติ ใครชอบภาพวาด แวะอุดหนุนศิลปินท่านนี้กันได้ นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงยังมี “บ้าน 3 มิติ” ให้ได้เข้าชมฟรีอีกด้วย เป็นผลงานของอ.สมเกียรติ เช่นเดียวกัน

ด้านหน้าของโบสถ์เป็นสะพานนิรมล ที่ชาวบ้านใช้สัญจรไปมาระหว่าง 2 ฝั่ง วิวสองฝั่งของแม่น้ำจันทบุรีนั้นเงียบสงบ เหมือนได้มาใช้ชีวิตช้า ๆ กับผู้คนที่จันทุบรี รู้สึกสงบไปอีกแบบ

ริมน้ำจันทบูร ตรงข้ามโบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล

ชุมชนริมน้ำจันทบูร

เสน่ห์ที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวที่จันทบุรี คือ ชมวิถีชีวิตบ้านเรือนริมแม่น้ำจันทบูร หรือแม่น้ำจันทบุรีนั่นเอง เป็นชุมชนริมน้ำทั้ง 2 ฝั่ง ความพิเศษของที่นี่อยู่ที่วิถีชีวิตยังคงความดั้งเดิม ผู้คนน่ารักอัธยาศัยดี เป็นกันเองมาก ๆ

คาเฟ่ริมน้ำจันทบูร

ระหว่างทางเดินก็จะพบกับคาเฟ่สไตล์ต่าง ๆ รวมถึงภาพวาดสตรีทเท่ ๆ มีสินค้า อาหารพื้นบ้านขายตลอดทาง บ้านเมืองยังคงเป็นบ้านไม้แบบดั้งเดิมผสมผสานกับสถาปัตยกรรมจากทั้งจีน ญวน ฝรั่งเศส เนื่องจากเมื่อก่อนเป็นชุมชนเก่าแก่ที่สำคัญในทางเศรษฐกิจและการค้า

เที่ยวจันทบุรี 2 วัน 1 คืน
พระอาทิตย์กำลังตกดินที่ริมน้ำจันทบูร (ถ่ายจากสะพานนิรมล)

ฝั่งตรงข้ามเป็นทางเดินยาว ตกเย็นผู้คนชอบมาวิ่งออกกำลังกายกัน ใครชอบเดินแนะนำให้เดินครบรอบเป็นวงกลม เริ่มจากสะพานนิรมล วนไปสุดทางจนถึงสะพานวัดจันทนาราม แล้ววนเข้าชุมชนริมน้ำจันทบูรอีกที รับรองว่าได้เห็นบรรยากาศที่แปลกใหม่จากชุมชนริมน้ำที่จังหวัดอื่น ๆ แน่นอน

ข้าวต้มสมบูรณ์โภชนา

เดินกันเมื่อยแล้ว เรามุ่งหน้าไปยังตลาดซุ้ยเพื่อไปกินข้าวต้มชื่อดังของคนพื้นที่ ข้าวต้มสมบูรณ์ ร้านข้าวต้มชื่อดัง ที่ทั้งขาประจำ และขาจรนิยมไปกินกัน

Little Cottage

ที่พักของเราในค่ำคืนนี้ Little Cottage รีสอร์ทตกแต่งสไตล์สวนอังกฤษ และรอบ ๆ ยังมีสวนผลไม้ให้ได้ชิมกันด้วย มีห้องพักแค่ 10 ห้องเท่านั้น ห้องสะอาดนอนสบาย เจ้าของบริการดี อาหารเช้าจัดเต็มมาก ๆ ราคาเริ่มต้นที่ 1,090 บาทเท่านั้น

น้ำตกพลิ้ว

น้ำตกพลิ้ว จันทบุรี

เช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่ต้องกลับกทม.แล้ว เราจึงไม่ได้แพลนเที่ยวมากนัก หลังจากกินอาหารเช้าที่พักเสร็จเรียบร้อย เราก็มุ่งหน้าสู้น้ำตกพลิ้ว ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเลย ประมาณไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถึง อ่านรีวิวน้ำตกพลิ้ว

Taste Homemade Pasta

Taste Homemade Pasta พาสต้าเส้นสดในเมืองจันทบุรี!

มื้อกลางวัน ด้วยความที่อยากลองกินพาสต้าเส้นสด ตอนแรกจะกินตั้งแต่วันแรกแต่เวลาไม่ลงตัว เลยยกมาเป็นวันนี้แทน ร้านนี้มีแค่ 4 โต๊ะเท่านั้น แนะนำให้จองคิวก่อนเข้าไปนะ และเปิดเป็นรอบ ๆ คลิกดูรีวิวเต็ม ๆ ได้ที่นี่เช่นกัน

หลังจากอิ่มท้อง เราก็มุ่งหน้าเดินทางกลับกรุงเทพ โดยระหว่างทางจะมีร้านผลไม้ขายตลอดข้างทาง และเราได้แวะร้านของฝากแม่ละม่อมที่ขึ้นชื่อเรื่องทุเรียนทอด สุดท้ายก่อนขึ้นมอเตอร์เวย์ เราแวะเข้าตัวเมืองชลบุรีเพื่อซื้อทอฟฟี่เค้กชื่อดัง พิกัด Toffee Cake Chonburi

เป็นยังไงกันบ้างกับรีวิวเที่ยวจันทบุรีแบบสบาย ๆ ไม่เร่งรีบ 2 วัน 1 คืน ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าใครที่อยากเที่ยวต่อ ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวอีกเพียบ เช่น เกาะเปริด ชุมชนขนมแปลก หาดเจ้าหลาว หรือตลาดผลไม้ เป็นต้น

น้ำตกพลิ้ว จันทบุรี เที่ยวน้ำตกใกล้กรุงเทพ มีน้ำตลอดปี

ใครจะไปเชื่อว่าจังหวัดจันทบุรี นอกจากติดทะเลแล้ว ยังมีน้ำตกที่มีชื่อเสียงและสวยงามที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย น้ำตกพลิ้ว จันทบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม มีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีธรรมชาติป่าเขาที่สมบูรณ์เดินทางสะดวก โดยนับว่าเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมากแห่งหนึ่งในโซนตะวันออก

น้ำตกพลิ้ว อยู่ในความดูแลของ อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว ตั้งอยู่ที่อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี เป็นอุทยานที่มีเทือกเขาสูงสลับกัน ก่อให้เกิดเป็นต้นน้ำลำธารหลายสาย ด้วยความที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง เพียงแค่ 14 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางตลอดเส้น เดินทางไม่ถึงครึ่งชั่วโมงจากตัวเมืองจันทบุรี ก็ได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างเต็มรูปแบบแล้ว

ชำระค่าบริการเข้าน้ำตกพลิ้ว เจ้าหน้าที่จะนำเงินไปชำระผ่านเครื่อง Kiosk เพื่อออกบัตรค่าบริการ

บริเวณด้านหน้าอุทยานมีที่จอดรถสะดวกสบาย เดินไปไม่ไกลก็จะเป็นซุ้มคัดกรองโควิด-19 และจ่ายค่าธรรมเนียมสำหรับ ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว

  • ชาวไทย – ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
  • ชาวต่างชาติ – ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
บริเวณทางเข้าอุทยานน้ำตกพลิ้ว ห้ามนำรถยนต์ และมอเตอร์ไซต์ผ่าน
ห้องจำหน่ายตั๋ว ตอนนี้ย้ายไปบริเวณด้านหน้าแถวที่จอดรถแทน

อุทยานแห่งชาติ น้ำตกพลิ้ว จันทบุรี

ยื่นบัตรให้เจ้าหน้าที่เรียบร้อย ก็เดินตามทาง ตรงมาเรื่อย ๆ ข้อดีของที่นี่อย่างหนึ่ง คือ เส้นทางค่อนข้างสะดวกสบาย เดินง่าย และเป็นน้ำตกที่ใช้ระยะเวลาไม่นานก็เดินไปถึงน้ำตกชั้นสุดท้ายได้อย่างรวดเร็ว ภายในยังมีจุดท่องเที่ยวที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นจุลศิรจุมพฏเจดีย์ (อลงกรณ์เจดีย์) / สุนันทานุสาวรีย์ (ปิรามิดพระนางเรือล่ม) / ปลาพลวงหิน / จุดชมวิวและสถานที่กางเต็นท์ / เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ

เดินเข้ามาไม่ไกลมาก ตลอดฝั่งซ้ายเราจะสังเกตเห็นลำธารขนานข้าง และมีจุดแวะพัก มีพื้นที่ให้เราได้แวะพักกันตลอดเส้นทาง

ปลาพลวงหิน อีกหนึ่งไฮไลท์ของการเยี่ยมชมที่น้ำตกพลิ้ว

ช่วงนี้ทางอุทยานงดให้ลงเล่นน้ำ เนื่องจากสถานการณ์ Covid-19 ที่กำลังระบาดอยู่ในไทยตอนนี้ แต่เรายังสามารถเข้ามาชม น้ำตกพลิ้ว จันทบุรี ได้ภายใต้มาตรการเว้นระยะห่าง และสวมใส่หน้ากากตลอดการเยี่ยมชม

ทางเข้าน้ำตกพลิ้วจะมีชั้นฝากวางอาหารและเครื่องดื่ม เนื่องจากห้ามนำเข้าไปบริเวณด้านในของน้ำตก แต่สามารถนั่งทานอาหารตลอดเส้นทางที่เดินเข้ามาจนถึงจุดนี้ได้

บรรยากาศอุทยานแห่งชาติ ลักษณะเป็นป่าดิบชื้น อากาศชุ่มชื้นและมีฝนตกชุกเกือบตลอดทั้งปี ธรรมชาติอันสวยงาม เต็มไปด้วยพืชพันธุ์นานาชนิด รับรองว่ามาที่นี่จะได้รับความสดชื่นกลับไปอย่างแน่นอน

เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

ทางเดินค่อนข้างสะดวก เข้ามาด้านในจะเจอทางแยกแบบนี้ ซึ่งทั้ง 2 เส้นทางนี้ จะไปบรรจบที่เดียวกัน

อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ฯ สร้างขึ้นด้วยความร่วมมือของชาวจันทบุรี เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
จุลศิรจุมพฏเจดีย์ (อลงกรณ์เจดีย์)

จุลศิรจุมพฏเจดีย์ (อลงกรณ์เจดีย์) สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2419 เป็นเจดีย์สร้างด้วยศิลาแลงทั้งองค์ไม่ถือปูน โดบรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดให้สร้างขึ้น เพื่อเป็นที่ระลึกในการเสด็จประพาสน้ำตกพลิ้วเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2419 ซึ่งพระองค์ทรงโปรดปรานในความสวยงามของน้ำตกพลิ้วเป็นอย่างยิ่ง

เป็นอีกหนึ่งมุมที่ใครมาน้ำตกพลิ้วจะต้องแวะถ่ายรูป

มีบางช่วงของเส้นทางที่อาจต้องขึ้นลงบันไดสูงอยู่บ้าง แต่ถือว่าสะดวกกว่าน้ำตกอื่น ๆ ที่เคยไปมา

อ่างบันได ลักษณะเป็นอ่างใหญ่ และมีสะพานข้ามตรงกลาง เมื่อก่อน น้ำตกพลิ้ว จันทบุรี สามารถให้อาหารปลาพลวงด้วยถั่วฝักยาวได้ โดยจะมีชาวบ้านคอยขายถั่วบริเวณทางเข้าอุทยาน แต่ตอนนี้ทางอุทยานงดให้อาหารปลาทุกชนิด รวมถึงห้ามใช้สบู่ ยาสระผม และห้ามจับปลาด้วยนะ

ที่มาของคำว่า “น้ำใส เห็นตัวปลา” น้ำตกที่นี่ใสจนเห็นปลาจริง ๆ
จากอ่างบันไดมานิดเดียว จะพบกับบันไดข้ามมายังน้ำตกชั้นสุดท้าย

ในที่สุดเราก็เดินมาถึงน้ำตกด่านสุดท้าย ซึ่งประกอบด้วยสายธาร 2 สายประกอบกัน น้ำตกสายแรกจะไหลมาจากซอกหินผา ส่วนอีกสายไหลมาจากหน้าผาสูงถึง 20 เมตร โดยน้ำตกจากทั้งสองสายนี้ไหลรวมมาในแอ่งน้ำด้านล่าง

ในช่วงหน้าฝนน้ำค่อนข้างเยอะ แต่ถ้าใครที่ไม่ได้มาเที่ยวหน้าฝน น้ำตกที่นี่ก็มีให้ชมตลอดปี เพราะด้วยความอุดมสมบูรณ์ของป่าเขาภายในอุทยานทำให้มีน้ำตลอดปีเลยล่ะ

ความงามของธรรมชาติ จึงไม่พลาดที่จะเก็บภาพกลับไปในความทรงจำ

แอ่งน้ำชั้นนี้น้ำค่อนข้างลึก ต้องเล่นน้ำด้วยความระมัดระวัง (แต่ช่วงนี้งดเล่นน้ำก่อน เนื่องจากโควิดตัวร้าย)

บรรยากาศน้ำตกพลิ้วในช่วงหน้าฝน เดือนสิงหาคม
น้ำตกพลิ้ว จันทบุรี
น้ำตกจากสองสายธารไหลมาบรรจบกัน

เมื่อลงจากน้ำตกมาแล้ว ด้านล่างมีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำให้บริการนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชม โดยแยกห้องชายหญิงเป็นสัดส่วน และมีห้องน้ำมากเพียงพอต่อความต้องการแน่นอน

บริเวณใกล้กันยังมีร้านค้าของอุทยานที่ขายอาหาร และเครื่องดื่มให้บริการอีกด้วย

ช่องทางการติดต่อ สอบถามอุทยาน