เที่ยวน่าน Day1 – กินเที่ยว ทัวร์วัด ไปนอนปัว

Last updated:

ขอต้อนรับเข้าสู่ รีวิว “น่านไงบอกแล้วน่านไง”  เรามาเริ่มดูแพลนการ เที่ยวน่าน ของเราในวันแรกกัน

Day 1 : กรุงเทพฯ > น่าน > วัดพระธาตุเขาน้อย > ร้านวันดา > วันพระธาตุแช่แห้ง > วัดภูมินทร์ > สเวนเซ่นส์ กาดน่าน > ของหวานป้านิ่ม > ซุ้มลีลาวดี > ตูบนา โฮมสเตย์ > DaiDibDaiDee ได้ดิบได้ดี

เที่ยวน่าน วันที่ 1
ตัวอย่างแพลน เที่ยวน่าน วันแรก

เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เพื่อไปจังหวัดน่าน ด้วยรถยนต์ ซึ่งเริ่มออกเเดินทางกันประมาณเกือบ ๆ เที่ยงคืน วางแผนเอาไว้ว่า น่าจะถึงตัวเมืองน่านประมาณสาย ๆ (ดูจาก google map แล้ว บอกว่าประมาณ 9-10 ชั่วโมง) ถือว่าเป็นทางเลือกการเดินทางที่ดี สำหรับคนสามารถขับไกล ๆ ออกต่างจังหวัดตอนกลางคืนได้ และถ้ามีคนช่วยผลัดกันขับ ก็จะช่วยได้มาก แนะนำว่าให้นอนพักผ่อนให้เพียงพอก่อนออกเดินทาง จะได้ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ ไม่เหนื่อยเกินไป และสามารถเที่ยวได้ต่อเลย

เวลาประมาณ 5:30 เราก็มาถึงพิษณุโลก ทางมืดและเปลี่ยว อย่างที่ชาวเน็ตบอกจริง ๆ ไอ้เราที่หลับ ๆ อยู่ ก็ตื่นขึ้นมาช่วยเพื่อนดูทางกันเลยทันที แต่ไม่นาน เราก็ผ่านพ้นช่วงเวลาอันมืดมิดเหล่านั้นไปได้ ไม่นานนักฟ้าก็เริ่มสว่าง 6:00 เราก็เริ่มเข้าจังหวัดแพร่ บอกเลยว่าเริ่มเห็นความเขียวขจี กับภูเขาสูงใหญ่ พร้อมหมอกตลอดเส้นทาง เป็นอีกวิวของเส้นทางการขับรถที่สวยมาก

ป้ายต้อนรับจังหวัดน่าน

และแล้วเวลาที่เรารอคอยก็มาถึง เราเข้าสู่ป้ายเขตจังหวัดน่าน เวลาประมาณ 7:30 แล้วก็แวะเปลี่ยนเสื้อผ้ากันที่โลตัส โชคดีที่โลตัสเปิด 8:00 มาถึงกันพอดีเป๊ะ ฮ่า ๆ อันนี้ดีเลยนะ เพราะพื้นไม่เปียก สะอาด แถมมีแอร์ ซื้อน้ำ ขนม มาตุนไว้ท้ายรถได้อีก เริ่ด ๆ (พิกัดโลตัส น่าน)

เมื่อมาถึงน่าน น้องฝนก็ตกต้อนรับเราปรอย ๆ ยามเช้านี้อากาศเย็นสบาย และแน่นอน แพลนเที่ยวน่านของเราในวันนี้ เราจะเน้น กิน เที่ยว ทัวร์วัดในเมือง และจบท้ายด้วยการขึ้นอำเภอปัวเพื่อไปนอนพักผ่อน… เอาล่ะ การท่องเที่ยววันแรกของเราเริ่มต้นขึ้นแล้ว !!


วัดพระธาตุเขาน้อย

วัดพระธาตุเขาน้อย จังหวัดน่าน

เราเริ่มเดินทางไป “วัดพระธาตุเขาน้อย” เป็นที่แรกเพื่อความเป็นศิริมงคล และเป็นจุดเช็คอินแรกก่อนเข้าตัวเมืองน่าน จริง ๆ ซึ่งวัดนี้ เป็นวัดที่มีพระพุทธรูปสูงใหญ่ ตั้งเด่นเป็นสง่าตระการตา โดยจะหันพระพักตร์เข้าเมืองน่าน พร้อมกันวิวเมืองในมุมสูง เป็นวิวต้อนรับสำหรับการเริ่มต้น เที่ยวน่าน ได้อย่างดีเลยทีเดียว

วัดพระธาตุเขาน้อย ตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย จังหวัดน่าน เป็นวัดราษฎร์ สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2030 ซึ่งลานชมวิวที่เราเห็นนั้น คือ พระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท ที่ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอาไว้ด้วย (พิกัดวัดพระธาตุเขาน้อย)

นี่เป็นบริเวณวัดคร่าว ๆ หรือจะเรียกว่าวัดนุ้งแมวก็ได้นะ เพราะแมวเยอะจริง น่ารัก ๆ ทั้งนั้นเลย เมี๊ยวววว


ร้านวันดา ข้าวแกง (สาขาดั้งเดิม)

ร้านอร่อยประจำจังหวัดน่าน

เราใช้เวลาอยู่ในวัดพระธาตุเขาน้อยไม่นานนัก เพราะหิวข้าวมาก ก็เลยมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารยอดฮิต ประจำจังหวัดน่าน นั่นก็คือ “ร้านวันดา” เป็นร้านข้าวแกงธรรมดา แต่มีเมนูหลากหลายมากมาย รวมมิตรอิ่มในทีเดียว มีทั้งข้าวซอย ไก่ทอดมะแขว่น ขนมจีนน้ำยา น้ำเงี้ยว แกงเขียวหวานไก่ ผัดพริก กับข้าวต่าง ๆ และที่สำคัญห้ามพาดเลยก็คือ หมูสะเต๊ะนั่นเอง เรามากันที่สาขาดั้งเดิม เพราะอยู่ใกล้ ๆ วัดพระธาตุเขาน้อย หน้าร้านก็เป็นร้านอาหารบ้าน ๆ ธรรมดา ๆ เลย

ตอนแรกก็ว่าจะไม่สั่งหมูสเต๊ะ เพราะเช้า ๆ ยังไม่อยากกินเยอะ แต่กลิ่นหอมเตะจมูกมากจนต้องจัดมาหนึ่งจาน ก็ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่เลยแหละ

ขนมจีน จานละ 35 บาท รสชาติก็ปกตินะ ทำมาโอเคเลยนะ แต่ไม่ว้าวอะไรมาก

ส่วนข้าวซอย ชามละ 40 บาท เข้มข้นสมชื่อจริง ๆ เครื่องดี รสชาติจุใจมาก ขนาดคนที่ไม่ค่อยชอบกินข้าวซอย พอได้มาลองแล้วติดใจ จนทำให้กล้ากินร้านอื่น ๆ ต่อไปเลย

ของที่ต้องลองเมื่อมาถึงเมืองเหนือ ไก่ทอดมะแขว่น มีทั้งแบบน่องและปีก เมนูขึ้นชื่อของที่นี่ ก็กรอบ ๆ หอม ๆ กลิ่นมะแขว่นโดดดีมาก เค้าบอกว่ามีคุณสรรพช่วยในเรื่องการขับถ่ายด้วยแหละ

และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ หมูสะเต๊ะ ย่างเตาถ่าน เนื้อนุ่ม หอม ๆ อร่อยมากกกกกก จานนี้ 50 บาท เองงงงงงง ไม้ละ 5 บาท เจ้าาาาา ถือว่าถูกอยู่นะ

หมดนี่ สำหรับมื้อนี้ 4 คน 295 บาท อิ่มจุก ๆ ไปเลยจ้า (พิกัดวันดาข้าวแกง)


วัดพระธาตุแช่แห้ง

วัดพระธาตุแช่แห้ง วัดคู่บ้านคู่เมืองน่าน

หลังจากที่เรากินข้าวกันเสร็จ เราก็แวะกันไปต่อที่ “วัดพระธาตุแช่แห้ง” เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดน่านอีกเช่นกัน เป็นวัดที่อารมณ์เหมือน วัดพระแก้วของกรุงเทพฯ อะไรแบบนี้ ลักษณะของวัดจะเป็นเจดีย์สีทองสูงเด่นเป็นสง่ามาก ๆ พอเดินเข้าไปก็ให้ความรู้สึกสงบ สามารถเดินอธิฐานเวียนเทียน วนรอบเจดีย์ทองได้ (พิกัดวัดพระธาตุแช่แห้ง)

เท่าที่สังเกตวัดในจังหวัดน่านจะไม่นิยมให้จุดธูปเทียนกัน คงอาจะเป็นเพราะเรื่องมลพิษ หรือเป็นวัฒนธรรมของที่นี่ก็เป็นไปได้

วัดในเมืองน่าน จะอยู่ไม่ไกลกันมาก สามารถเที่ยวได้หมดภายใน 1 วัน บริเวณรอบ ๆ ตัวเมืองน่าน ก็จะรายล้อมไปด้วยวัดต่าง ๆ อารมณ์เหมือนอยู่เกาะรัตนโกสินทร์ในกรุงเทพฯ ยังไงยังงั้นเลยแหละ แถมไม่มีสายไฟให้รกสายตา


วันที่เราไปถึงน่าน บังเอิญตรงกับศุกร์พอดี เลยมีโอกาสได้เห็นเด็ก ๆ นักเรียน ใส่ชุดเหนือไปเรียน น่ารักไปอีกแบบนะ และที่สำคัญ เราชอบการตกแต่งสถานที่มาก ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนมาเที่ยวเหนือ ต่างถิ่น ต่างแดนจริง ๆ ไม่เว้นแม้แต่ตู้ ATM หรือ 7-11 ก็ยังมีการคุมโทนให้เข้ากับบรรยากาศเมืองน่าน


วัดภูมินทร์ (วัดกระซิบรัก)

วัดภูมินทร์ วัดยอดฮิตน่าน

เราก็เดินต่อกันไปเรื่อย ๆ มาจนถึง “วัดภูมินทร์” หรือที่คนนิยมเรียกกันว่า “วัดกระซิบรัก” วัดยอดฮิตประจำจังหวัดน่าน ของเหล่านักท่องเที่ยวอีกเช่นกัน

ด้านในวันภูมินทร์ มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง “ปู่ม่านย่าม่าน” หรืออาจเคยได้ยินอีกชื่อหนึ่งว่า “กระซิบรักบันลือโลก” ซึ่งได้กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองน่าน ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนในจังหวัดน่าน หรือเวลาซื้อของฝากต่าง ๆ จะต้องเห็นภาพกระซิบรักนี้อยู่บนผลิตภัณฑ์นั้น ๆ

ปู่ม่านย่าม่าน

จุดเด่นของวัดนี้ก็คือ จะมีภาพวาด ภาพเขียน จิตรกรรมฝาผนัง ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี อันเป็นเอกลักษณ์ ที่บอกเล่าเรื่องราวของชาวเหนือล้านนา มาตั้งแต่ดั้งเดิม และภาพวาดยอดฮิตก็คือ “กระซิบรัก” เป็นภาพของชายหนุ่มที่ทำท่าทางกระซิบข้าง ๆ ใบหูของหญิงสาวงาม นั่นเอง (พิกัดวัดภูมินทร์)

หมายเหตุ – ถ้าไม่อยากเข้าออกรถบ่อย ๆ และอากาศเป็นใจ ไม่ร้อนอบอ้าวจนเกินไป เราสามารถจอดรถไว้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ตรงข้ามวัดภูมินทร์ แล้วเดินเที่ยว หรือปั่นจักรยานก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบนะ ซึ่งแถวนั้นจะมีแหล่งท่องเที่ยวหลายที่ติดกัน เช่น ซุ้มลีลาวดี วัดมิ่งเมือง วัดศรีพันต้น วัดกู่คำ วัดหัวเวียงใต้ หรือกำแพงเมืองเก่าน่าน เป็นต้น


ซุ้มลีลาวดี (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน)

พอออกจากวัดภูมินทร์ เราก็เดินต่อไปนิดหน่อย เป็นซุ้มอุโมงค์ต้นไม้ หรือซุ้มลีลาวดี เป็นอีกหนึ่งจุดห้ามพลาด เมื่อมาเที่ยวน่านเลยก็ว่าได้ ผู้คนนิยมมาถ่ายรูปกับซุ้มนี้กัน และด้านหลังยังเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำจังหวัดอีกด้วย (พิกัดซุ้มลีลาวดี)


Swensen’s กาดน่าน

สเวนเซ่นส์กาดน่าน

หลังจากที่เราทำบุญกันเสร็จแล้ว เราก็ไม่ลืมที่จะแวะไปเช็คอินความน่ารักประจำจังหวัดน่านแห่งใหม่ นั่นก็คือ “Swensen’s กาดน่าน” สเวนเซ่นส์ของที่นี่ มีความพิเศษนั่นก็คือ จะตกแต่งตัวร้านเป็นแบบล้านนา ทั้งรูปแบบอาคารภายนอกและการตกแต่งข้างใน ก็คือจะมีสองชั้น ชั้นล่างก็จะเป็นร้านสเวนเซ่นส์แบบปกติทั่วไป แต่พวกโต๊ะ เก้าอี้ การตกแต่ง ก็จะให้อารมณ์แบบล้านนา

มีบันไดไม้ข้างหลังร้าน สำหรับเดินขึ้นไปบนชั้นสองของร้าน ให้ความรู้สึกเหมือนกับขึ้นบ้านเรือนไทย เมื่อเดินขึ้นไปถึง เราก็จะเจอกับภาพวาด “กระซิบรัก” อีกแล้ว เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดน่านจริง ๆ แต่ความพิเศษของที่นี่ก็คือ จะเป็นพื้นหลังสีทอง ซึ่งเค้าบอกว่า มีที่นี่ที่เดียวในจังหวัดน่านเลย บริเวณนอกเรือน ก็จะมีโซนที่นั่งกับพื้น สำหรับนั่งกินลมชมวิว เป็นลักษณะขันโตก ที่มีความล้านนาสูงมาก ถ้าใครชอบดื่มด่ำบรรยากาศชาวเหนือ ก็นั่งตรงนี้ได้นะ แต่ถ้าใครต้องการนั่งในห้องแอร์ ก็สามารถเดินเข้าไปข้างในห้องแอร์ได้

ก็จะตกแต่งสไตล์ล้านนาเช่นกัน และมีการเซตฉากชุดครัวแบบดังเดิม เป็นครัวโบราณ พร้อมกับมีขันโตก ให้สามารถนั่งกินไอติม และถ่ายรูปกันได้ น่ารักดีนะ ใครมาน่านแล้วต้องห้ามพลาด (พิกัด Swensen’s กาดน่าน)


ของหวานป้านิ่ม

ถึงแม้ว่า เราจะกินไอติมสเว่นเซ่นกาดน่าน กันไปแล้ว แต่เราก็ยังไม่วาย ที่จะไปต่อกันที่ร้านขนมหวานชื่อดังประจำหวังน่าน นั่นก็คือ “ของหวานป้านิ่ม” เป็นร้านที่ขายไอติม ขนมหวาน บัวลอย ต่าง ๆ ทีเด็ดก็คือ จะเป็นเมนูไอติม แล้วราดด้วยทอปปิ้งต่าง ๆ จุใจ ที่ชอบและประทับใจที่สุดก็คือ ไอติมไข่แข็ง แล้วก็ท็อปปิ้งข้าวฟ่าง ข้าวเหนียวดำ หรือ ขนมหวานต่าง ๆ

ที่นิยมสั่งกันก็จะเป็น ไอติม ที่เลือกได้ว่าจะเอาแบบธรรมดา หรือแบบไข่แข็ง บวกท็อปปิ้งต่าง ๆ เช่น บัวลอย ข้าวเหนียวดำ / ข้าวฟ่าง / ของหวานต่าง ๆ ในส่วนของบัวลอย ก็จะหนึบ ๆ ดี หวานหอม กับข้าวเหนียวดำหอมนุ่ม ตัวเนื้อไอติมอร่อยเลย ราดกับน้ำกะทิ ลงตัวไปหมดเลย เพราะน้ำกะทิของป้านิ่ม จะออกแนว มัน ๆ ข้น ๆ หอมนิด เค็มหน่อย มิน่าล่ะ ถึงเป็นร้านฮอตฮิตที่ต้องมาเยือน อร่อยติดใจจนต้องกลับมาซ้ำในวันกลับเลยล่ะ (พิกัดขนมหวานป้านิ่ม)


ตูบนาโฮมสเตย์ อ.ปัว

หลังจากที่เรากิน ของหวานป้านิ่ม กันอิ่มแล้ว เราก็ตัดสินใจขับรถขึ้นไปที่ปัว เพื่อที่จะไปที่พัก ตูบนาโฮมสเตย์ เราใช้เวลาเดินทางกันประมาณชั่วโมงครึ่งจากตัวเมืองน่าน ซึ่งก่อนหน้านี้ เราได้คุยกับที่พักเอาไว้ เค้าให้คำแนะนำดีมาก ๆ บอกว่าอยากให้มาถึงไม่เกิน 4 โมงเย็น เพราะจะเป็นช่วงเวลาที่แสงค่อนข้างสวยงาม

เราเลือกพักห้องกระท่อมกลางนา คืนละ 1,500 บาท พักได้ 2 คนต่อหลัง รวมอาหารเช้า คือเป็นกระท่อมเล็ก ๆ ตั้งอยู่กลางทุ่งนาจริง ๆ โซนนี้จะมีทั้งหมด 5 กระท่อมด้วยกัน เป็นห้องน้ำรวม มีทั้งหมด 2 ห้อง ตอนที่เราไปพักโชคดีมากที่ไม่มีคนอื่นมาพัก ทำให้ห้องน้ำเป็นของพวกเรา ฮ่า ๆ รีวิวตูบนา โฮมสเตย์


DaiDib DaiDee ได้ดิบได้ดี

การผจญภัยเพื่อไปกินพิซซ่า ที่สนุกที่สุดในทริปนี้เลยก็ว่าได้ เห็นแบบนี้ แต่สนุกจริง ๆ นะ 5555555

อ่านรีวิวแบบเต็มจัดชัดแจ๋ว ต่อได้ที่ รีวิว DaiDib DaiDee น้า 🙂

หลังจากนั้น เราก็ไปเดินถนนคนเดินปัว (เตียวกาดแลงเมืองปัว) เป็นถนนคนเดินเล็ก ๆ มีของกินของใช้ขายไม่เยอะมาก คล้ายกับตลาดนัดประจำอำเภอ และมีโซนที่นั่งขันโตกหน้าเวทีที่มีดนตรีสด ร้องเพลงเหนือชิว ๆ ให้เราฟัง พร้อมกับนั่งกินข้าวคุยกัน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งบรรยากาศที่ดี แต่เราไปดึกหน่อย ร้านต่าง ๆ ก็เริ่มทยอยปิดกันหมดแล้ว (พิกัดถนนคนเดินปัว)

หลังจากที่เราเที่ยวผจญภัยกันอย่างจุใจแล้ว เราก็กลับมายังที่พักตูบนา โฮมสเตย์ สำหรับที่หลับนอนคืนแรกของทริปนี้ นอนฟังเสียงแมลง กับสูดอากาศบริสุทธิ์ อันแสนสดชื่น บรรยากาศหลังฝนตกกลางทุ่งนาแบบนี้ มันช่างมีความสุขเสียจริง ๆ (อีกแล้ว) จะมีความสุขเยอะไปแล้วนะ 🙂


อ่านรีวิวเที่ยวน่าน DAY2

Cocoa Valley Resort > วัดศรีมงคล (วัดก๋ง) > ร้านอาหารฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ > กาแฟบ้านไทลื้อ – ลำดวนผ้าทอ > วัดภูเก็ต > นอนสกาดคอฟฟี่

Zeen is a next generation WordPress theme. It’s powerful, beautifully designed and comes with everything you need to engage your visitors and increase conversions.