Hola Madrid EP.12 – พาเที่ยว Outlet และคลองถมเวอร์ชั่นสเปน

พอใกล้ถึงเวลาที่จะได้กลับเมืองไทย เราก็ไม่พลาดที่จะหาว่า ของฝากสเปน มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ค้นไปค้นมาพบว่า กลางเมืองมาดริดมีตลาดนัดวันอาทิตย์ด้วย! ดูน่าตื่นเต้นมาก เพราะไม่คิดว่าเมืองฝั่งยุโรปจะมีอะไรแบบนี้เหมือนบ้านเรา ฮ่า ๆ และนอกจากคลองถมสเปนที่มีเฉพาะวันอาทิตย์แล้วนั้น เรายังนึกขึ้นได้ว่าใกล้ ๆ กับมาดริดมีเอาท์เล็ต (Outlet) ที่รวมสินค้าจากโรงงาน ในราคาเซลล์อีกด้วย และเป้าหมายของรีวิวสุดท้าย Hola Madrid EP.12 นี้ คือ ใช้เงินยูโรที่แลกมา ให้หมดกระเป๋าไปเลยจ้า 5555

Outlet สเปน

เช้าวันอาทิตย์ที่แสนสดใส ชาวสเปนบางส่วน นิยมออกมาทำกิจกรรมข้างนอกแต่เช้าตรู่ ไม่ว่าจะเป็นปั่นจักรยาน วิ่งจ๊อกกิ้ง หรือพูดคุยกันที่ร้านกาแฟ จริง ๆ แล้วก็ดูเงียบเหมือนเมืองทั่วไปล่ะ เพราะผู้คนส่วนมากยังไม่ตื่นกัน

บรรยากาศสถานีรถไฟ Nuevos Ministerios ซึ่งเป็นย่านที่เต็มไปด้วยหน่วยงานของรัฐ

โปรแกรมวันนี้ออกเดินทางจากโรงแรม และเดินไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Nuevos Ministerios ตอนเช้าอากาศค่อนข้างหนาวจัด และมีลมแรง สังเกตได้จากกระจกรถยนต์มีน้ำแข็งเกาะ จุดหมายของเราในวันนี้ จะเดินทางไปยัง Las Rozas Village (ลาซ โรซาส) ซึ่งเราจะต้องนั่งรถไฟไปลงที่สถานี Pinar de Las Rozas ใช้เวลาจาก Nuevos Ministerios ประมาณครึ่งชั่วโมง

ตอนไปขึ้นรถไฟก็จะมึน ๆ งง ๆ หน่อย เพราะออกนอกเส้นทางที่เคยไปประจำ อาศัยดูป้ายกับถามคนแถวนั้นเอา เพราะรถไฟมีหลายชานชาลา แค่เดินลงไปผิดชานชาลา ชีวิตก็เปลี่ยนไปทันที TT

เมื่อถึงสถานี Pinar de Las Rozas ให้เราเดินมาตามถนนที่มีห้าง Carrefour อยู่ข้าง ๆ ดูระยะทางใน Google maps พบว่าต้องเดินเกือบ 2 กิโลเมตร! หรือใครจะเลือกนั่งรถบัสก็ได้เหมือนกัน แต่เราเลือกเดิน เพราะไม่เคยขึ้นรถบัสที่นี่เลยจ้า ไม่แน่ใจว่าต้องจ่ายยังไง! การเดินในย่านนี้ต้องระวังหน่อย เพราะเวลาข้ามถนน จะเป็นถนนใหญ่ในชานเมือง รถค่อนข้างเยอะ และวิ่งเร็ว แต่ไม่ต้องห่วง เพราะปกติคนขับจะจอดรถให้คนข้ามทางม้าลายก่อนเสมอ

The style outlet แหล่งรวมสินค้าแบรนด์ดังชั้นนำ เช่น ไนกี้ อาดิดาส หรือเดอะเดอะนอทเฟส

พอข้ามถนน ลัดเลาะมาเรื่อย ๆ เราก็จะเจอกับ The style outlet เป็นการวอร์มอัพก่อนเดินทางไปหมู่บ้านเอาท์เล็ต (จริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจจะแวะ แต่ต้องผ่านอยู่แล้ว อิอิ) สังเกตได้ว่ารถยนต์เยอะมาก คนสเปนเขาก็นิยมมาชอปปิงในวันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้เหมือนกันแหะ

ของฝากสเปน เสื้อผ้าแบรนด์เนมชื่อดัง

สินค้ามีให้เลือกค่อนข้างเยอะ หลายแบรนด์ คล้ายกับเอาท์เล็ตที่เขาใหญ่ หรือในเมืองทองธานี ส่วนราคานั้น บางอย่างก็ไม่ได้ถูกกว่าที่ไทยมาก เช่น คอนเวิร์ส ราคาพอ ๆ กับไทยเลยจ้า ส่วนที่ถูก ๆ ก็จะเป็นแบรนด์ที่ดังในยุโรป เช่น ดีเซล ไนกี้ อาดิดาส อะไรแบบนี้ และข้อดีของเราอีกอย่างในช่วงต้นปีแบบนี้ คือ ของลดราคาเยอะมาก เป็นหน้าซีซั่นของเซลล์อย่างแท้จริง ลดแลก แจกแถม

เราไม่ได้ซื้ออะไรเลยจาก The style outlet จึงมุ่งหน้าเดินข้ามถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เพื่อไปยังหมู่บ้าน Las Rozas ระหว่างเดิน คือ แดดแรงมาก แต่ไม่ร้อนอย่างที่คิด เพราะลมหนาวก็แรงเช่นกัน

Heron City สาขา Las Rozas

ก่อนถึง Las Rozas Outlet ก็จะเจอกับ Heron City เป็นแหล่งรวมความบันเทิง โรงภาพยนตร์ ยิม สนามเด็กเล่น ร้านอาหารต่าง ๆ ใครอยากเห็นความอลังการของที่นี่ สามารถจิ้มเข้าไปดูเล่น ๆ ที่เว็บไซต์ https://heroncity.com/madrid/heron-city-las-rozas/

บรรยากาศรอบ ๆ Heron City จากที่นี่เราสามารถเดินตรงทะลุเพื่อไปยัง Las Rozas Village ได้เลย ผู้คนจะนิยมแวะกินอาหารกันที่นี่มากกว่า เพราะมีร้านอาหารให้เลือกเยอะ หลายสไตล์ ทั้งฟาสฟู้ด หรือร้านอาหารเอเชีย อย่างบุฟเฟ่ต์ก็มีให้ลองกินกัน เราแวะกิน KFC กันที่นี่ เพราะไม่รู้จะกินอะไร เสียดายอย่างหนึ่ง คือ ไม่ได้มีโอกาสลองร้าน Vips ซึ่งเป็นร้านอาหารสไตล์ฟาสฟู้ด มีหลายสาขาทั้งในสเปน และแม็กซิโก

ของฝากสเปน Las Rozas Village

ทางเข้าหลัก Las Rozas Village

เดินออกมาจาก Heron City ไม่ไกล เราก็จะเจอกับป้ายทางเข้า Las Rozas Village ผู้คนเริ่มหนาตามากขึ้น ช่วงนั้นที่เราไปเที่ยว คนฝั่งเอเชียโดยเฉพาะคนเกาหลีไปเที่ยวสเปนเยอะ เนื่องจากตามรอยซีรี่ย์ Memories Of The Alhambra กันนั่นเอง เพิ่งมาดูซีรี่ย์ตอนหลัง ทั้งเรื่องถ่ายทำที่สเปนทั้งหมด ภาพสวยมากกก ใครว่าไปหาดูกันได้ผ่าน Netflix

ที่จอดรถเต็มไปด้วยรถยนต์ที่มาชอปปิงในหมู่บ้านเอาท์เล็ตแห่งนี้ นอกจากสินค้าแบรนด์เนมราคาโรงงานแล้ว ที่ Las Rozas ยังเป็นเมืองที่สวยงาม โอบล้อมไปด้วยทิวเขา จึงไม่แปลกที่ผู้คนจะนิยมมาเที่ยวกันที่นี่ รวมถึงเราด้วย 5555

ด้านใน Las Rozas Village มันก็คือเอาท์เล็ตดี ๆ นี่เอง มีร้านอาหาร ร้านแบรนด์เนม ห้องน้ำ เปิดให้บริการตั้งแต่ 10:00-22:00 น. มีร้านแบรนด์ดัง รวมไปถึงร้านค้าสัญชาติสเปน ของฝากสเปน กว่า 100 ร้านในที่เดียว

เดินไปแล้วให้อารมณ์เหมือนกับถนนสายแฟชั่น ด้วยความที่เป็นเมืองหนาว เครื่องแต่งกายก็สามารถจัดเต็มได้เยอะกว่าที่ไทยหน่อย เห็นแดดแรงแบบนี้ แต่อากาศหนาวเอาเรื่องเหมือนกันนะ

Real Madrid Official Store มานึกตอนหลังว่า ในเมืองมาดริดเราก็มีชอปนี้เหมือนกันนี่หว่า ที่นี่ไม่ค่อยมีคนเข้า เพราะคนที่เข้าส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติเช่นเรา ๆ

ไหน ๆ ก็มาถึงหน้าร้านแล้ว เข้าไปดูสักหน่อยดีกว่า แว่บแรกก็รู้สึกไม่ดีละ เพราะมีถ้วยยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ที่เอาชนะลิเวอร์พูลไปได้ (เราเชียร์ลิเวอร์พูล ฮ่า ๆ) ราคาสินค้าแต่ละอย่างค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นของลิขสิทธิ์แท้ เสื้อบอลราคาเท่าไหร่นั้น ย้อนกลับไปอ่านรีวิวเก่า HOLA MADRID EP.10 – ดูบอลสเปน ติดสนาม REAL MADRID VS SEVILLA ได้เลย

Starbucks Coffee ในสไตล์ยูโรป

อย่างที่เกริ่นไปช่วงต้น เมือง Las Rozas ลักษณะภูมิประเทศ คือ เต็มไปด้วยภูเขา วิวด้านหลังก็จะสวยประมาณนี้ โดย Starbucks สาขานี้สามารถมองเห็นวิวได้เกือบ 360 องศาเลยทีเดียว

ผู้หญิงเสื้อฟ้าเป็นพนักงานบริการของที่นี่ ตอนนั้นเหมือนเราไปถามเรื่อง Tax refund ว่าได้คืนยังไง ต้องรับที่ไหน คุยไปคุยมาถูกคอเฉย เขาก็ถามว่าเราพักที่ไหน ทางเรามีบัตรสมน้ำหน้าคุณ เอ้ย! สมนาคุณให้กับนักท่องเที่ยวด้วยนะ สามารถเอาไปแลกเครื่องดื่มในร้านที่กำหนดได้ฟรี ๆ เลยด้วย ก่อนจากกันเขาขอถ่ายคู่กับเราหนึ่งภาพ เราก็ไม่พลาดที่จะขอถ่ายกลับ อิอิ จากนั้นก็เอาบัตรที่ได้ไปแลกเพื่อรับเครื่องดื่มที่ร้านชิว ๆ ก่อนเดินทางกลับเข้าเมือง

คลองถมสเปน

สถานี Sol ใกล้กับหลักกิโลเมตรที่ 0

อาทิตย์ต่อมา เราเดินทางไปเที่ยว คลองถมสเปน (El Rastro) หรือจะเรียกว่าตลาดนัดสเปนก็ไม่ผิด ตั้งอยู่บนถนน Calle de la Ribera de Curtidores ถ้าไม่แน่ใจว่าเป็นจุดไหนให้ไปตามพิกัด 40.4078056,-3.7072809 หรีอจะเริ่มแบบเราก็ได้ เรานั่งรถไฟไปลงที่สถานี Sol แล้วเดินตาม Google maps ประมาณเกือบ ๆ 1 กิโลเมตรก็ถึงถนนคนเดินแล้ว

บรรยากาศยามเช้ารอบ ๆ จตุรัส Puerta del Sol
นักท่องเที่ยวชาวเกาหลี ถ่ายรูปคู่กับหลักกิโลเมตรที่ 0 ของประเทศสเปน
Apple Store ดูกลมกลืนไปกับสไตล์ของตึกที่นี่

เดินผ่านร้านพิซซ่า เห็นแล้วหิวเลย อบกันสดใหม่ มีหลายหน้า เริ่มต้นชิ้นละ 2 ยูโร แอบแพงเหมือนกันนะ

ระหว่างทางก็จะเจอกับประติมากรรมในรูปแบบที่แตกต่างกันไป

เดินไปเรื่อย ๆ เจอผู้คนใช้ชีวิตกันยามเช้า ก็แปลกตาดีเหมือนกัน ในย่านนี้มีร้านดอกไม้ขายค่อนข้างเยอะ ไม่แน่ใจว่าเยอะเท่ากับปากคลองตลาดบ้านเราได้รึเปล่าน้า ดอกไม้สีสันสดใสราวกับว่าเป็นดอกไม้ปลอมเลย

ในที่สุดเราก็เดินมาถึง Plaza de Cascorro จุดเริ่มต้นของถนนคนเดิน จากจุดนี้จะมีร้านค้ามาตั้งทั้งสองข้างทางของถนน และจะมีบางจุดที่สามารถเดินเข้าไปในตรอกซอยได้ด้วย เรียกได้ว่าเดินได้ทั้งวัน ต้องมีเสียทรัพย์กันแน่นอน

บรรยากาศ ถนน วิว และอากาศเย็น ๆ ทำให้เดินแล้วไม่รู้สึกเหนื่อยแม้แต่น้อย ถนนเส้นนี้สวยตรงที่ปลูกต้นเมเปิ้ลยาวไปจนสุดทาง ช่วงนี้เป็นหน้าหนาว ใบเมเปิ้ลจะแห้ง ร่วงเยอะ เพราะเตรียมที่จะผลัดใบ ถ้ามาช่วงใบเมเปิ้ลสีแดง คงจะได้ความสวยงามไปอีกแบบ

สินค้าที่มาวางขาย จะเป็นพ่อค้า แม่ค้า รายย่อย มีทั้งของมือหนึ่ง และของมือสอง ต้องดูกันให้ดี ๆ เสื้อผ้า ของเล่น เสื้อฟุตบอล เครื่องหนัง อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ต่าง ๆ เหมือนคลองถมบ้านเรา เลยขอเรียกว่า คลองถมสเปน ละกัน ฮ่า ๆๆ

ของตกแต่งบ้าน หนังสือ เสื้อผ้า เสื้อกันหนาว น็อค ไขควง จิปาถะ ปลั๊กไฟ หาซื้อได้ที่นี่

เดินไปเดินมาเจอซอยเล็ก ๆ สามารถไปทะลุอีกตลาดหนึ่งได้ ซอยนี้จะขายของแนววินเทจ ของสะสมต่าง ๆ ดูแปลกตา และน่าสนใจมาก ๆ

อุปกรณ์เครื่องครัว กระทะทำข้าวผัดสเปน ดอกไม้ ต้นไม้ แคดตัส และมีล็อตเตอรี่ด้วย เสี่ยงโชคสักใบไหมล่ะหนู

ร้านนี้น่าสนใจมาก จาน ชาม สีสันสดใส ค่อนข้างแปลกตาสำหรับคนเอเชียอย่างเรานะ น่าซื้อ ของฝากสเปน แบบนี้ไปฝากคนที่บ้านจริง ๆ

ใบเมเปิ้ลแห้งเตรียมผลัดใบ สีใกล้เคียงกับตึกที่อยู่ขนานข้างทาง
ยิ่งใกล้ช่วงเที่ยง ผู้คนก็ออกมาจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้นกว่าเดิม

ระหว่างทางกลับโรงแรม แวะซื้อชูโรสร้าน CHOCOLATERIA SAN GINES กันอีกรอบ ของเขาอร่อยจริง ไม่ต้องจิ้มช็อกโกแลตก็ยังดีงาม

เมื่อถึงโรงแรม เราก็เรียกแท็กซี่ที่จอดหน้าโรงแรมนั่นล่ะ ให้ไปส่งที่สนามบิน ถ้านั่งเข้า หรือออกจากสนามบิน แท็กซี่จะคิดราคาเหมา เหมา 30 ยูโร เหมือนกันหมดทุกคัน พอไปถึงเราก็เช็คอิน พร้อมกับทำเรื่อง tax refund ซึ่งขั้นตอนขอคืนมันง่ายมาก แค่เราเตรียมพาสปอร์ต พร้อมใบเสร็จที่ซื้อจากร้านต่าง ๆ มาสแกนที่เครื่อง Kiosk (มีภาษาไทยด้วย) จากนั้นก็เข้าไปที่ด้านในเกต จะมีเคาน์เตอร์ขอคืนเงินตั้งอยู่

Tax free มีด้วยกันหลายเจ้า ขึ้นอยู่กับร้านที่เราไปซื้อของว่าดีลไว้กับเจ้าไหน
บรรยากาศด้านใน Madrid Duty Free
เครื่องสำอางแบรนด์ดังต่าง ๆ

Global Blue เป็นอีกหนึ่งเจ้าใหญ่ที่มีคนใช้บริการขอเงินคืนเยอะ โดยนักท่องเที่ยวจากนอก EU จะได้ Tax free refunds สูงสุดถึง 21% ขั้นตอนในการขอคืนเงิน เราแค่ยื่นพาสปอร์ต พร้อมใบเสร็จ พนักงานจะถามว่าจะขอคืนเงินเป็นสกุลเงิน US dollar หรือเงินไทย ตรงนี้เราสามารถขอดูเรทอัตราแลกเปลี่ยนได้ว่าแบบไหนขาดทุนน้อยกว่า ส่วนถ้าเป็น Agency เจ้าอื่นที่ไม่ใช่ Global Blue จะคืนเงินในรูปแบบผ่านบัตรเครดิต ที่ต้องรอเงินเข้าประมาณ 1 เดือน เพราะฉะนั้นถ้าใครซื้อของในสเปน แนะนำให้ซื้อร้านค้าที่ร่วมกับ Global Blue จะสะดวกในเรื่องขอ Tax free refunds กว่ามาก

สำรวจสินค้าใน Duty free ของที่น่าซื้อจะเป็นพวกช็อกโกแลต ขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ

ถึงเวลาที่ต้องอำลาประเทศสเปนกันแล้ว ขากลับไทยเรานั่ง Turkish Airlines เหมือนเดิม และต้องไปแวะเปลี่ยนเครื่องกันที่ตุรกี

สิ่งหนึ่งที่ชอบมากสำหรับสายการบินนี้ คือ อาหารค่อนข้างถูกปากเรา จัดเต็มแทบทุกมื้อ แถมพนักงานก็บริการดี มื้อนี้เป็นข้าวสวย กับแกงกะหรี่ปลา เครื่องเคียงแน่น ๆ เหมือนเดิม ชอบกินมูสโยเกิร์ต กับน้ำมะนาวจนต้องขอเพิ่ม ฮ่า ๆ

แอร์โฮสเตสบริการผู้โดยสารได้คล่องแคล่ว แบบที่ว่าเอาคนเดียวก็อยู่ ไม่ต้องมีผู้ช่วยเลย

เปลี่ยนเครื่องที่สนามบินประเทศตุรกี
รู้สึกว่าอาหารบนเครื่องจะเปลี่ยนตามวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ ด้วยนะ

ในที่สุดก็ถึงประเทศไทย จบการเดินทางอันแสนยาวนาน ประเทศสเปนเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ไม่ได้มีดีแค่ฟุตบอลเท่านั้น ยังมีวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมสวย ๆ อาหารขึ้นชื่อ และเป็นแหล่งชอปปิงที่ได้ Tax free refunds สำหรับนักท่องเที่ยวสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกอีกด้วย


รีวิวเที่ยวสเปนทั้งหมด

Leave a Reply